กรมการขนส่งทางรางได้ออกประกาศ ฉบับที่ ๒ เรื่อง ข้อแนะนำในการปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางรางทุกระบบทั้งรถไฟและรถไฟฟ้า ดำเนินการเพิ่มเติมอีกมาตรการหนึ่ง เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ โดยให้แจ้งแก่ผู้โดยสารให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะเดินทางอยู่ในระบบขนส่งทางราง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมหารือร่วมกันของผู้ให้บริการทุกรายและกรมรางฯ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่า การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่อเดินทางด้วยภายในระบบขนส่งสาธารณะทางราง ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการอื่นๆ เช่น การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Social Distancing) ประมาณ 1-2 เมตร ในบริเวณจุดจำหน่ายตั๋ว แถวคอยภายในสถานี การคัดกรองวัดอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนเข้าระบบ การกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องพบผู้โดยสารจำนวนมากต้องมีชุดและอุปกรณ์ป้องกันที่รัดกุมและมีการตรวจความพร้อมร่างกายก่อนการปฏิบัติงานแต่ละวัน จะเป็นมาตรการที่จะช่วยบรรเทาและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ได้อีกทางหนึ่ง และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ที่ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางร่วมไปดำเนินการศึกษาแนวทาง และมาตรการที่เหมาะสมในการดูแลระบบการขนส่งทางรางให้มีความปลอดภัย มีสุขอนามัยที่พร้อมแก่การให้บริการในสภาวะการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ จะนำร่องให้มีจุดจำหน่ายหน้ากากผ้าภายในสถานีรถไฟและรถไฟฟ้า เพื่อให้บริการประชาชนและขับเคลื่อนมาตรการ "สวมหน้ากากตลอดเวลาขณะเดินทางเพื่อหยุดยั้งโควิด-19" ดังนี้
1. รถไฟฟ้าสายสีเขียว ภายใต้การดูแลของ กทม. และ BTS เริ่มที่สถานี 4 แห่ง ได้แก่ สยาม หมอชิต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และพญาไท ในวันพรุ่งนี้ 2. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงภายใต้การดูแลของ รฟม. เริ่มที่สถานี 3 สถานี ได้แก่ สีลม จตุจักร และเพชรบุรี ตั้งแต่วันนี้ และเพิ่มอีก 2 สถานี ได้แก่ พระราม 9 และศูนย์ราชการนนทบุรี ในพรุ่งนี้ 3. รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิงค์ ภายใต้การดูแลของ รฟฟท. เริ่มที่สถานี 3 แห่ง ได้แก่ พญาไท มักกะสัน และลาดกระบัง ในวันพรุ่งนี้ 4. รฟท. เริ่มที่สถานีหัวลำโพงตั้งแต่วันนี้