เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดขั้นตอนการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อำนาจพิเศษช่วยคุมโควิด-19 อย่างไร หลังนายกฯ ประกาศใช้

24 มี.ค. 2563 | nathaorn

เปิดขั้นตอนการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อำนาจพิเศษช่วยคุมโควิด-19 อย่างไร หลังนายกฯ ประกาศใช้

มาตรการ "ล็อคดาวน์" ถูกทยอยใช้ทีละขั้น เริ่มจากธุรกิจการค้า และสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดโดยมีเครื่องมือหนึ่งก็คือการ "ประกาศภาวะฉุกเฉิน" โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ"

หากจะพิจารณาจากผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหลายร้อยราย จนเกือบแตะหลักพันแล้ว ทั้งการติดตามกลุ่มเสี่ยงก็ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ อาจทำให้เกิดการประกาศ ไวรัสโควิด-19 เฟส 3 จึงมีโอกาสที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เครื่องมือตัวนี้ เพื่อหยุดยั้งไวรัส แม้การใช้ยาแรงนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย และล่าสุดรัฐบาลก็ได้ประกาศใช้แล้ว ดีเดย์ 26 มีนาคม นี้
อ่านข่าว >>นายกฯ แถลง ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใช้ 26 มี.ค.63
โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เคยประกาศใช้เมื่อปี 2548 ยุครัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยประกาศเป็น พระราชกำหนด ไม่ใช่ พระราชบัญญัติ เนื่องจากไม่ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องประกาศเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทวีความรุนแรง เมื่อประกาศใช้แล้วจึงขอความเห็นจากสภาตามเงื่อนไข จนกระทั่งสามารถบังคับใช้ได้เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ
อ่าน >> พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. ๒๕๔๘สาระสำคัญของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับดังกล่าว ครอบคลุมไปถึงสถานการณ์ภัยคุกคามด้านอื่นๆ ที่กระทบของสาธารณะ หรือที่เข้าข่ายเป็นภัยพิบัติสาธารณะ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ ดับไฟ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เท่านั้น ตามตัวบทกฎหมายฉบับ 2540 ระบุไว้ในมาตรา 4 ว่า "สถานการณ์ฉุกเฉินให้หมายรวมถึงสถานการณ์ที่กระทบกับความปลอดภัยของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน หรือการป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง"

การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรีสามารถประกาศก่อน เพื่อตั้งรับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น แล้วจึงขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หรือจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีก่อนเพื่อประกาศออกมาเป็นมติ ครม.ก็ได้
เมื่อ พ.ร.ก.ถูกประกาศใช้เรียบร้อยแล้ว อำนาจทุกส่วนราชการ จะไปรวมศูนย์จุดเดียว คือ ที่นายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ทำให้นายกฯ สามารถสั่งการ บังคับบัญชาได้ทันท่วงที
การบังคับใช้ สามารถประกาศได้เฉพาะพื้นที่ หรือครอบคลุมทั่วประเทศก็ได้ ซึ่งการประกาศแต่ละครั้ง จะมีระยะเวลานาน 3 เดือน หากสถานการณ์สงบแล้ว ให้นายกฯ ยกเลิกประกาศได้ทันที แต่หากสถานการณ์เฉินยังอยู่ สามารถขยายเวลาได้คราวละ 3 เดือน แล้วแต่สถานการณ์
สำหรับอำนาจพิเศษที่สามารถนำมาใช้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน มีบัญญัติในมาตรา 9 และ 11 รวมๆ ประมาณ 16 มาตรการ เช่น ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือ "เคอร์ฟิว" / สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ / สั่งปิดเส้นทางคมนาคม / ห้ามชุมนุมมั่วสุม หรือไปรวมตัวกันจำนวนมากๆ / ห้ามนำเสนอข่าวสารที่กระทบกับสถานการณ์ / ห้ามใช้อาคารสถานที่ตามที่กำหนด / รวมถึงประกาศให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น "เจ้าพนักงาน" ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งจะทำให้มีเอกภาพในการปฏิบัติและการสั่งการมากขึ้นด้วย

มาตรการพิเศษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ต้องให้นายกฯประกาศ "ข้อกำหนด" เป็นรายกรณีไป ทีละมาตรการ เหมือนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประกาศใช้ทั้งกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ไม่เคยประกาศ "เคอร์ฟิว" มีแค่ขอความร่วมมือห้ามออกจากบ้านบางช่วงเวลาเท่านั้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกฎหมายได้ทำความเข้าใจกับกฎหมายพิเศษฉบับนี้ล่วงหน้า ไม่ได้ชี้นำแต่อย่างใด ถ้าหากสุดท้ายแล้วมาตรการ "ปิดบางส่วน" และ "ขอความร่วมมือ" ไม่สามารถ "เอาอยู่" หรือคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ดีกว่านี้ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะต้องใช้มาตรการขั้นสุดอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นลำดับสุดท้ายทุกฝ่ายได้ทำความเข้าใจกับกฎหมายพิเศษฉบับนี้ล่วงหน้า ไม่ได้ชี้นำว่าควรประกาศหรือไม่ควรประกาศ และไม่ได้สร้างกระแสให้ตื่นกลัว เพราะถ้าสุดท้ายมาตรการ "ปิดบางส่วน" และ "ขอความร่วมมือ" ไม่สามารถ "เอาอยู่" หรือคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ดีกว่านี้ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะต้องใช้มาตรการขั้นสุดอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นลำดับสุดท้าย

ข่าวล่าสุด