ผู้สื่อข่าวถามว่า มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ข้อเสนอโรดแมปของคณะก้าวหน้าเป็นจริงได้ นายธนาธร ตอบว่า การแพร่ระบาดของไวรัสขณะนี้ แน่นอนว่า ทำให้การรวมตัวของคนหมู่มากในการเรียกร้องข้อเสนอเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราพูดคุยและส่งสารให้ผู้มีอำนาจไม่ได้ ตนอยากบอกว่าสิ่งที่เสนอมาทั้งหมดนั้น พวกตนไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลยจากข้อเสนอเหล่านี้ เพราะถูกตัดสิทธิ์ไปแล้วและตนไม่ได้เป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีแล้ว และที่เราไม่เสนอยุบสภาก็เพราะการยุบสภาจะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ในภาวะนี้จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองไม่ได้ แต่การให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อไป โอกาสที่จะฝ่าวิกฤติเป็นไปได้ยากมาก ถ้าผู้นำไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ไว้ใจประชาชนมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ในสภาวะแบบนี้จะฝ่าวิกฤติที่ต้องการความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนไปได้อย่างไร วิกฤติ covid-19 นี้จะอยู่กับเราอีก 1 ปีอย่างน้อย ยิ่งแก้ยิ่งตัดสินใจช้าต้นทุนทางสังคมในการแก้ปัญหาในอนาคตจะยิ่งสูงมาก เราไม่ได้ต้องการส่งสาสน์แค่ถึงประชาชนให้ร่วมกันเรียกร้อง แต่เราส่งสารตรงๆไปถึงผู้มีอำนาจ ไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ว่าถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องเสียสละให้ประเทศไปต่อได้แล้ว ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อผลร้ายยิ่งมหาศาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าใจการบริหารงานในทางเศรษฐกิจเลย วันนี้การชุมนุมรวมตัวกดดันให้ลาออกเป็นไปไม่ได้ แต่เราช่วยกันคนละไม้ละมือออนไลน์ ส่งเสียงดังๆ ได้ นี่คือเวลาที่กลุ่มชนชั้นนำต้องพิจารณาเรื่องนี้จริงจัง
นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า โรดแมปที่คณะก้าวหน้าเสนอ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ วิกฤติทั้งความชอบธรรมและประสิทธิภาพที่รัฐบาลนี้เผชิญมาตลอด ได้มาระเบิดออกเมื่อมีวิกฤติ covid-19 ตนอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์มองออกไปจากโลกส่วนตัวแล้วมองให้กว้าง ให้ไกล ฟังเสียงประชาชนให้มาก ลองดูบรรยากาศที่ประชาชนเรียกร้อง คนที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มาก่อนยังบอกเลยว่าไม่ไหวแล้ว ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบกลไกการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นไปไม่ได้เลยถ้า ส.ว.ไม่ยอม วิถีทางเดียวคือเจ้าของ ส.ว.ต้องส่งสัญญาณให้ ส.ว.ยอมแก้ หรือสอง เจ้าของประเทศต้องส่งสัญญาณมาให้แก้ ซึ่งไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เราต้องตั้งหลักไว้ว่าถ้าประเทศไทยเป็นของคนทุกคนร่วมกัน ไม่ใช่ของชนชั้นนำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นของคนไทยทั้งประเทศร่วมกัน การตัดสินใจที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งประเทศ ชนชั้นนำจะพร้อมรับฟังและพร้อมเปลี่ยนแปลง
ผู้สื่อข่าวยังถามต่ออีกว่า การถูกตัดสิทธิทางการเมือง การเคลื่อนไหวในฐานะคณะก้าวหน้าจะทำอย่างไรไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ นายปิยบุตรตอบว่า ตนถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง มีผลให้เราห้ามไปก่อตั้งและยุ่งเกี่ยวกับการก่อตั้งพรรคใหม่ มีลักษณะต้องห้ามไปเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไปครอบงำพรรคการเมืองไม่ได้ แต่ไม่ได้มีการตัดสิทธิในความเป็นพลเมืองไทย เสรีภาพการแสดงออก การเสนอความคิดเห็น และการรณรงค์ทางการเมืองยังสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ในท้ายที่สุด พรรคก้าวไกลที่เกิดขึ้นก็เป็น ส.ส.ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ และประกาศไปอย่างชัดเจนที่จะเดินทางไปตามแนวทางพรรคอนาคตใหม่ต่อ วันนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านในสภาเหลือแค่ประมาณ 220 เสียง ต่อไปนี้งานในสภาโหวตกี่ครั้งฝ่ายค้านก็จะแพ้ฝ่ายรัฐบาล แต่ความคิดที่เรารณรงค์ไม่หายไป ตรงกันข้าม ประชาชนสนับสนุนเรามากขึ้น ดังนั้น จำนวน ส.ส.ในสภาวันนี้ไม่ได้สำคัญแล้ว ความนิยมของรัฐบาลไม่ได้เพิ่ม เสียงต่อต้านก็มากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือจุดชี้วัดที่สำคัญว่าการทำงานทางความคิดสำคัญกว่าจำนวน ส.ส.ในสภา
ขณะที่ นายธนาธร กล่าว่า ตอนพวกเราตั้งพรรคขึ้นมาไม่มีใครคิดว่าจะมี ส.ส.เยอะ หรือต้องการที่จะมียศถาบรรดาศักดิ์ตำแหน่งใหญ่โต แต่เราคิดเรื่องการรณรงค์ทางคามคิดกับสังคม เป็นเรื่องของการทำงานในระยะยาว ไม่มีใครคิดว่าการเลือกตั้งครั้งเดียวจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจได้ เมื่อตั้งพรรคมาแบบนั้น พอถูกยุบพรรคเราก็ยังทำงานการเมืองต่อได้ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพื่อการเป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรี แต่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น ให้มีประชาธิปไตยและความเท่าเทียมในสังคมไทย เมื่อเป้าหมายเป็นแบบนี้แล้ว จะอยู่ในบทบาทอะไรก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.อย่างเดียว