ขณะที่สหรัฐฯ อาจมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งนำไปสู่การปรับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษกับสหรัฐฯ โดยอังกฤษเน้น "ระยะห่างทางสังคม" โดยเฉพาะคนสูงอายุให้กักตัวเอง 12 สัปดาห์ ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแผน 15 วัน ชะลอการแพร่ระบาด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหะสถาน การชุมนุมที่มีคนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
ส่วนยุโรป ชาร์ล มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป แถลงเรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมพรมแดนด้วยเหตุผลด้านสาธารณสุข "เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน" โดย "มีผลทันที" ครอบคลุมพรมแดนสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ และสมาชิกสมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ EFTA ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์
การที่ผู้เสียชีวิตพุ่งจาก 16 คน และผู้ติดเชื้อที่เพิ่มจาก 407 คน เป็น 1,950 คน ทำให้รัฐบาลอังกฤษวิตกต่อผลการประเมิน ที่อ้างอิงอัตราส่วนผู้เสียชีวิต 1 คน ต่อผู้ติดเชื้อ 1,000 คน ที่หมายความว่า ผู้ติดเชื้อในขณะนี้ อาจสูงถึง 70,000 คน แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับ 86% ของผู้ติดเชื้อในจีนก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน ตอกย้ำคำเตือนขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่ให้รัฐบาลทุกประเทศ "เน้นทดสอบหาเชื้อ" ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะผู้ป่วยในโรงพยาบาลเท่านั้น