กระทรวงสาธารณสุข 17 มี.ค.63 นพ. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โรคระบาดติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2563 โดยการติดเชื้อระบาดใน 160 ประเทศ 2 เขตปกครองพิเศษ และ 1 เรือสำราญ มีผู้ป่วยติดเชื้อ 179,188 ราย เพิ่มขึ้น 11,645 ราย มีผู้เสียชีวิต 7,066 ราย เพิ่มขึ้น 611 ราย โดยผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหนาแน่นอยู่ในประเทศอิตาลี อิหร่าน สเปน เยอรมัน ซึ่งพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 รายด้านนพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า ในวันนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น 30 ราย ยอดรวมเพิ่มเป็น 177 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 135 ราย หายดีกลับบ้านแล้ว 41 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยได้แก่กลุ่มสนามมวย 11 ราย สถานบันเทิง 1 ราย และกลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย 2 ราย กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 16 รายได้แก่ ผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ 9 ราย และคนขบแท็กซี่ที่ทำงานใกล้ชิดกับคนต่างชาติ 1 รายและยังรอผลสอบสวนโรคเพิ่มเติมจำนวน 6 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ยังรอยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการจำนวน 22 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนักต้องเฝ้าอาการหนักที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มีจำนวน 1 ราย
ปลัดสธ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมทั้งขอความร่วมมือสมาคมโรงแรมไทยให้ช่วยสนับสนุนหอพักและโรงแรมให้ใช้เป็นสถานที่ให้บริการกรณีมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก สำหรับ ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลใดสามารถรักษาพยาบาลได้ที่นั่น โดยขณะนี้รักษาการอธิบดีกรมการค้าภายใน จะเป็นประธานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในการยื่นของบฯกลาง เพื่อให้ดูแลสุขภาพคนไทย มั่นใจได้ว่ารพ.เอกชนจะได้รับค่าตรวจรักษาในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งที่ผ่านมายืนยันว่าได้รับความร่วมมือที่ดีจากโรงพยาบาลเอกชน อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้จะพบว่ามีคนไข้เพิ่มขึ้น แต่ยังมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อน ที่มาที่ไปชัดเจน การระบาดในไทยจึงยังเป็นระยะ 2 สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ผู้ป่วยในแต่ละวันลดน้อยลง จึงต้องขอความร่มมือจากประชาชน นั่งกินข้าวคนเดียว ไอจามต้องใช้หน้ากากอนามัย งดเดินทางไปยังสถานที่แออัดที่เสี่ยงต่อการฟุ้งกระจายของน้ำลาย หรือเหงื่อ แนะนำการทำงานที่บ้าน งดสังสรรค์กับเพื่อน สนามกีฬา สถานบันเทิงภายใน 2 สัปดาห์นี้ หากใครไปยังสถานบันเทิงหรือสนามกีฬา แล้วพบว่าตนเองมีอาการป่วย ไอเจ็บคอ ให้มารับการตรวจฟรี กรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าโรงพยาบาลไม่มีเตียงเพียงพอนั้น สธ.ได้ปรับมาตรฐานแล้วขอให้แจ้งยังสถานพยาบาล เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปรับเข้ารับการรักษา ทั้งในกรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรสาคร ในส่วนจองเครื่องช่วยหายใจก็จัดเตรียมให้เพียงพอ ที่ใดขาดจะสนับสนนงบฯกลางให้ทันที นอกจากนี้สธ.ยังได้ทำหนังสือถึงคณบดีแพทยศาสตร์ทุกแห่ง เจ้ากรมแพทย์ทหาร 3 เหล่าทัพ แพทย์ตำรวจ แพทย์ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เพื่อทำจัดทำแผนร่วมกันที่กระทรวงกลาโหม รองรับหากมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวน เตรียมระบบส่งต่อผู้ป่วย แม้แต่โรงพยาบาลที่รักษาอาการทางจิต อย่างศรีธัญญาหรือสมเด็จเจ้าพระยา จะปรับให้มีศักยภาพรับโรคโควิด-19นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า แผนในการรักษาพยาบาลได้เตรียมตัวนาน 2 เดือน มีการพูดคุยรพ.คณะแพทย์ศาสตร์ และรพ.ในสังกัดกทม. รวมถึงรพ.เอกชน และมีข้อตกลงร่วมกัน 7-8 เรื่อง ดังนี้ 1 ลดจำนวนผู้ป่วยไม่เร่งด่วนให้ไปรับยาที่ร้านขายยาหรือจัดบริการใกล้บ้าน 2 จัดทีมคลีนิกไข้หวัด 500-600 แห่ง ในโรงพยาบาลทุกระดับ 3 จัดระบบแยกคนไข้เสี่ยงให้ไปรับการตรวจเพื่อปองกันไม่ให้แพร่เชื้อเหมือนกรณีสนามมวย 4 ใช้แนวทางการวินิจฉัยร่วมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 5 สำรวจและสำรองยา เวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง 6 เตรียมการจัดตั้งรพ.สนามในระยะถัดไป 7 สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และ 8 สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันโรค