เนชั่นทีวี

ข่าว

"อ.เจษฎ์" ชี้ "อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"

17 มี.ค. 2563 | Nattawut

"อ.เจษฎ์" ชี้ "อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"

เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้โพสต์แนะวิธีต่อสู้กับเชื้อโคโรน่าหรือโควิด-19 คือวิธีอยู่ห่างๆกัน (social distancing) และโปรโมทคำขวัญใหม่ว่า "กินร้อน ช้อนเรา ล้างมือถูสบู่ อยู่ห่างๆกัน" โดย "อ.เจษฎ์" ได้ระบุข้อความไว้ว่า.....

"อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"

"อ.เจษฎ์" ชี้ "อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"


ตอนนี้อยากโปรโมทคำขวัญใหม่จริงๆ นะว่า "กินร้อน ช้อน.. ล้างมือถูสบู่ อยู่ห่างๆกัน"
ก่อนหน้านี้ ตอนที่การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย ยังมีไม่ค่อยมากนั้น (เรียกว่า เฟส2 ก็ได้) สุขอนามัยที่ดี ที่ควรรณรงค์ ก็คือ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ซึ่งถ้าทำได้แค่นี้ ก็ป้องกันได้สารพัดโรคแล้วสำหรับคนไทย
แต่กับสถานการณ์แพร่ระบาดล่าสุด แบบเฟส 2.9999 (เค้าไม่ยอมให้เป็นเฟส 3 ฮะๆ) ที่โรคเริ่มกระจายไปในวงกว้างมากขึ้นเยอะ จนถ้าสามารถใช้ช้อนส้อมสำรับจานชามเป็นของตัวเองได้ ก็จะมั่นใจมากขึ้นกว่าการใช้ช้อนกลาง
ประเด็นสำคัญ ที่ควรจะต้องมารณรงค์เพิ่มเติมกันได้แล้ว ก็คือเรื่องของ "การอยู่ห่างๆ กัน" ตามหลัก social distancing หรือการเว้นระยะห่างระหว่างผู้คนที่อยู่ในสังคม เพื่อลดโอกาสในการสัมผัสได้รับเชื้อโรค
ตามหลักแล้ว เมื่อเข้าสู่เฟส 3 การระบาดของเชื้อโรคจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดได้โดยง่าย แล้วจะเกิดความสูญเสียตามมา เนื่องจากการขาดแคลนบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่จะรองรับผู้ป่วยจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นคน ในช่วงเวลาอันสั้นแค่ไม่กี่วัน
แต่ถ้าเราสามารถการทำ social distancing ได้ นั่นก็จะช่วยชะลอการระบาดของเชื้อโรคลงไปได้อย่างมาก แล้วทำให้เรามีโอกาสรับมือได้ดีขึ้น มีเวลาเพียงพอที่จะแยกแยะคัดกรองผู้ป่วยไปกักตัวรักษา ลดการสูญเสียชีวิตลง
การทำ social distancing นั้น สามารถทำได้ตั้งแต่ระดับของตัวเราเอง ที่จะอยู่ห่างๆ จากคนอื่น ในระยะการกระจายของละอองน้ำลายที่ไอจามออกมาคือประมาณ 1 ถึง 1.5 เมตร .. ไปจนถึงการยกเลิกงานอีเว้นท์งานกิจกรรมต่างๆ ยกเลิกการนัดพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูงเครือญาติ ปิดโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ไปจนถึงสั่งลดจำนวนผู้ที่เข้าไปในพื้นที่สาธารณะและย่านธุรกิจ
แต่ถ้าเราไม่เริ่มรณรงค์เรื่อง social distancing นี้ เราจะได้เห็นการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วมาก ในแบบเอ็กซโพเนนเชียล

"อ.เจษฎ์" ชี้ "อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"


ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่ติดเชื้อ 1 คนสามารถทำให้คนอื่นติดเชื้อได้อีก 2.5 คนเป็นอย่างน้อย แล้วแต่ละคนที่ติดเชื้อใหม่นั้นก็ทำให้คนอื่นติดเชื้อได้อีก 2.5 คน .. ทำอย่างนี้ซ้ำๆ กันเพียงแค่ 20 ครั้ง 30 ครั้ง ก็จะมีคนที่ติดเชื้อเป็นล้านคนแล้ว (ถ้าไม่มีกลไกใด มาแยกคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อ ออกไปจากประชากร)
นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเราถึงมักจะเห็นการแพร่เชื้อของโรคนี้แบบช้าๆ ในช่วงแรกของการระบาด เสร็จแล้วก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน .. เหมือนอย่างที่เราเห็นในประเทศจีน อิหร่าน เกาหลี(เมืองแทกู) หรืออิตาลี ที่ไม่ได้รณณรงค์เรื่อง social distancing อย่างทันท่วงทีตั้งแต่แรก

แน่นอนว่าโรคโควิด 19 นั้นไม่ได้จะเพิ่มขึ้นพุ่งปี๊บไปอย่างเดียว ยังไงเสีย ถึงจุดหนึ่ง มันก็จะถูกจำกัดไว้ที่จำนวนประชากรนั้น และเมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนส่วนใหญ่ของประชากรจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคแล้ว (ตามหลัก herd immunity) ซึ่งจะทำให้การแพร่ระบาดของโรคที่เข้าถึงจุดพีคสูงสุด นั้นลดน้อยลงเรื่อยๆ จนจบในที่สุด
แต่ถ้าดูจากกราฟ ในภาพประกอบ จะเห็นว่า ถ้าเราสามารถเอาวิธีการ social distance มาใช้ร่วมกับการป้องกันโรค เราจะสามารถชะลอการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากกราฟ เส้นสีแดง คือ จำนวนของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลายหมื่นคน ในเวลาเพียงแค่ 20 กว่าวัน ถ้าไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ
แต่ถ้าเริ่มมาตรการ social distance ตั้งแต่ 1 วันหลังวันที่โรคระบาดชัดเจน (ในกรณีนี้คือวันที่ 21 หลังจากวันที่ 20) จะเห็นว่า เป็นไปตามเส้นสีฟ้าเขียวที่จำนวนของผู้ติดเชื้อนั้น ถูกชะลอเอาไว้ได้ และเข้าสู่ระยะที่คงตัว ไม่เพิ่มจำนวนของผู้ป่วยขึ้น ในเวลาไม่กี่วันหลังจากนั้นแถมถ้าเริ่มมาตรการ social distancing เร็วขึ้น 1 วัน (คือตั้งแต่วันที่ 20) จะเห็นว่าเป็นไปตามเส้นสีดำ ที่มีจำนวนของผู้ติดเชื้อน้อยลงไปอีกถึง 40 เปอร์เซ็นต์ นั่นก็จะช่วยให้การต่อสู้กับการระบาดของโรค เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะ
สรุปคือ อยากให้ทางสาธารณสุขไทยเริ่มมาจริงจังกับมาตรการ รณรงค์ให้คนไทยรู้จัก social distancing ได้แล้วครับ
พยายามจัดสถานที่ให้คนอยู่ห่างกัน 1 เมตรถึง 1.50 เมตร ไม่เข้าไปแออัดชุมนุมกันในที่ต่างๆ โดยไม่จำเป็น และยกเลิกกิจกรรม event ต่างๆ ที่จะเกิดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคในวงกว้างครับ
อย่าลืมคำขวัญใหม่"กินร้อน ช้อน.. ล้างมือถูสบู่ อยู่ห่างๆกัน"

"อ.เจษฎ์" ชี้ "อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"

ข่าวล่าสุด