"อยู่ห่างๆกัน (social distancing) คือทางรอด ในการสู้กับโรคโควิด 19"
ตอนนี้อยากโปรโมทคำขวัญใหม่จริงๆ นะว่า "กินร้อน ช้อน.. ล้างมือถูสบู่ อยู่ห่างๆกัน"
ก่อนหน้านี้ ตอนที่การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย ยังมีไม่ค่อยมากนั้น (เรียกว่า เฟส2 ก็ได้) สุขอนามัยที่ดี ที่ควรรณรงค์ ก็คือ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ซึ่งถ้าทำได้แค่นี้ ก็ป้องกันได้สารพัดโรคแล้วสำหรับคนไทย
แต่กับสถานการณ์แพร่ระบาดล่าสุด แบบเฟส 2.9999 (เค้าไม่ยอมให้เป็นเฟส 3 ฮะๆ) ที่โรคเริ่มกระจายไปในวงกว้างมากขึ้นเยอะ จนถ้าสามารถใช้ช้อนส้อมสำรับจานชามเป็นของตัวเองได้ ก็จะมั่นใจมากขึ้นกว่าการใช้ช้อนกลาง
ประเด็นสำคัญ ที่ควรจะต้องมารณรงค์เพิ่มเติมกันได้แล้ว ก็คือเรื่องของ "การอยู่ห่างๆ กัน" ตามหลัก social distancing หรือการเว้นระยะห่างระหว่างผู้คนที่อยู่ในสังคม เพื่อลดโอกาสในการสัมผัสได้รับเชื้อโรค
ตามหลักแล้ว เมื่อเข้าสู่เฟส 3 การระบาดของเชื้อโรคจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดได้โดยง่าย แล้วจะเกิดความสูญเสียตามมา เนื่องจากการขาดแคลนบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่จะรองรับผู้ป่วยจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นคน ในช่วงเวลาอันสั้นแค่ไม่กี่วัน
แต่ถ้าเราสามารถการทำ social distancing ได้ นั่นก็จะช่วยชะลอการระบาดของเชื้อโรคลงไปได้อย่างมาก แล้วทำให้เรามีโอกาสรับมือได้ดีขึ้น มีเวลาเพียงพอที่จะแยกแยะคัดกรองผู้ป่วยไปกักตัวรักษา ลดการสูญเสียชีวิตลง
การทำ social distancing นั้น สามารถทำได้ตั้งแต่ระดับของตัวเราเอง ที่จะอยู่ห่างๆ จากคนอื่น ในระยะการกระจายของละอองน้ำลายที่ไอจามออกมาคือประมาณ 1 ถึง 1.5 เมตร .. ไปจนถึงการยกเลิกงานอีเว้นท์งานกิจกรรมต่างๆ ยกเลิกการนัดพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูงเครือญาติ ปิดโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ไปจนถึงสั่งลดจำนวนผู้ที่เข้าไปในพื้นที่สาธารณะและย่านธุรกิจ
แต่ถ้าเราไม่เริ่มรณรงค์เรื่อง social distancing นี้ เราจะได้เห็นการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วมาก ในแบบเอ็กซโพเนนเชียล
ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่ติดเชื้อ 1 คนสามารถทำให้คนอื่นติดเชื้อได้อีก 2.5 คนเป็นอย่างน้อย แล้วแต่ละคนที่ติดเชื้อใหม่นั้นก็ทำให้คนอื่นติดเชื้อได้อีก 2.5 คน .. ทำอย่างนี้ซ้ำๆ กันเพียงแค่ 20 ครั้ง 30 ครั้ง ก็จะมีคนที่ติดเชื้อเป็นล้านคนแล้ว (ถ้าไม่มีกลไกใด มาแยกคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อ ออกไปจากประชากร)
นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเราถึงมักจะเห็นการแพร่เชื้อของโรคนี้แบบช้าๆ ในช่วงแรกของการระบาด เสร็จแล้วก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน .. เหมือนอย่างที่เราเห็นในประเทศจีน อิหร่าน เกาหลี(เมืองแทกู) หรืออิตาลี ที่ไม่ได้รณณรงค์เรื่อง social distancing อย่างทันท่วงทีตั้งแต่แรก