แถลงผลประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ครั้งที่ 1 หลังใช้เวลาประชุมนาน 5 ชั่วโมงครึ่ง โดยที่ประชุมเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระยะที่ 2 ยังไม่ไปสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการแบ่งระยะที่ทางการไทยกำหนดขึ้นเองเพื่อการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ระยะที่ 3 จะใช้ต่อเมื่อคนไทยรับเชื้อกันเอง โดยสืบสาวราวเรื่องไม่ปรากฏว่าได้รับเชื้อมาจากประเทศที่เขาแพร่เชื้ออยู่ก่อน แต่เป็นการแพร่เชื้อกันเองของคนไทยที่ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ อีกทั้งต้องมีการแพร่เชื้อแบบนี้เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่ปรากฏเพียงรายสองราย รวมถึงต้องปรากฏในหลากหลายพื้นที่
นพ.รุ่งเรือง กิตผาติโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า สำหรับค่าตรวจค้นหาโควิด-19 ซึ่งมีราคาแพง กล่าวว่าถ้ามีประวัติเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติติดต่อสัมผัสกับชาวต่างชาติแล้วมีอาการป่วยขอให้ไปโรงพยาบาลตามสิทธิทั้งประกันสังคมและบัตรทองยกเว้นกรณีฉุกเฉินเข้าได้ทุกโรงพยาบาลเมื่อไปถึงให้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้รับทราบว่ามีความเสี่ยงและเจ็บป่วยเข้าเกณฑ์ ซึ่งโรงพยาบาลจะไม่เก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจค่ารักษาพยาบาลฟรีทั้งหมดหากมีการเรียกเก็บค่ารักษาจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดแต่หากไม่มีอาการเจ็บป่วย แต่มีประวัติสัมผัสกลุ่มเสี่ยง แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรได้รับการตรวจยืนยันหรือไม่
นพ.รุ่งเรือง ยังชี้แจงด้วยว่า อุปกรณ์การตรวจทางวิทยาศาสตร์ หากผลตรวจออกมาแล้วไม่พบเชื้อ ก็ถือว่าไม่ติดโรค แต่หากพบเชื้อในครั้งแรก ก็จำเป็นจะต้องมีการตรวจซ้ำ และซักประวัติเพื่อยืนยันผลป่วย