รวมทั้งจากข้อเสนอด้านการเงินที่กลุ่มเอ็นซีพียื่นข้อเสนอนั้น อยู่ที่ 27,360 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลปรากฎตามสื่อพบว่าข้อเสนอของกลุ่มจีพีซี อยู่ที่ 12,051 ล้านบาท ซึ่งมาส่วนต่างกันอยู่ที่ 15,309 ล้านบาท นับเป็นมูลค่าที่รัฐอาจเสียประโยชน์
นอกจากนี้หากเทียบกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติที่ 32,225 ล้านบาท ข้อเสนอชองกลุ่มเอ็นซีพี ต่ำกว่ามติ ครม.อยู่ที่ 4,864 ล้านบาท ขณะที่ข้อเสนอของกลุ่มจีพีซี เสนอต่ำกว่าถึง 20,174 ล้านบาทสำหรับสาเหตุที่ทำให้คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการฯ ตัดสิทธิ์กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี มีเพียงเหตุผลระบุว่าเอกสารข้อเสนอในส่วนของสัญญากิจการร่วมค้า ของกลุ่มเอ็นซีพีไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขกำหนด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มเอ็นซีพีมีการลงนามสัญญาครบ และมีตราประทับตามกฎหมายกำหนด เพียงแต่ลงนามไม่ถูกต้องในกรอบที่กำหนดมา
"ท้ายที่สุดเราน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ทางกลุ่มของเรายืนยันว่าการประมูลต่อจากนี้จะเหลือผู้ยื่นประมูลเพียงรายเดียวขณะที่ราคาเสนอก็มีโอกาสที่รัฐจะเสียประโยชน์หลายหมื่นล้าน ดังนั้นโครงการท่าเรือระยะ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่มีความสำคัญ ผูกพันกับรัฐ 35 ปี จะก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวน รวมถึงดำเนินการยื่นข้อเสนอโครงการใหม่ทั้งหมด เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ประเทศชาติ"