หนังสือโยกย้าย นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ให้มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2563 ถือเป็นการเด้งฟ้าผ่าท่ามกลางเสถียรภาพรัฐบาลที่กำลังสั่นคลอนจากวิกฤติศรัทธาของประขาชนต่อการแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยในประเทศขาดแคลน และมีการกักตุน โก่งราคาขายหลายพื้นที่
ทั้งนี้ หากดูหนังสือคำสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งมีเนื้อหาสาระสำคัญ คือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยกรณีที่มีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งสมควรได้รับการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ถือเป็นคำตำหนิการบริหารงานของอธิบดีกรมการค้าภายใน ภายใต้คำสั่งโยกย้ายดังกล่าว
ล่าสุด นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า การถูกโยกย้ายดังกล่าววไม่รู้ตัวมาก่อน เพราะวันที่มีหนังสือคำสั่งยังเข้าร่วมประชุมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลคงเห็นว่าเหนื่อยมาก เลยอยากให้พัก ยอมรับว่าเสียกำลังใจในการทำงานบ้าง เพราะถูกกระแสโจมตีจากโซเชียล และก็ได้ชี้แจงมาโดยตลอด แต่ก็เป็นปกติของข้าราชการ ถ้าเห็นว่าทำไม่ได้ ก็ต้องให้บุคคลอื่นทำแทน
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าการโยกย้ายอธิบดีกรมการค้าภายในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นายวิชัย ได้แจ้งความดำเนินคดี นายชัยยุทธ คำคูณ โฆษกกรมศุลกากร ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในข้อหาการหมิ่นประมาทด้วยการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดจากการให้สัมภาษณ์ว่ามีการได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในให้ส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน เป็นการตอกย้ำภาพความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง
เพราะต้องยอมรับกรมการค้าภายใน ที่สังกัดกระทรวงพาณิชย์ มีพรรคประชาธิปัตย์กุมบังเหียรในเก้าอี้รมว.พาณิชย์ ขณะที่กรมศุลกากร สังกัดกระทรวงการคลัง มีพรรคพลังประชารัฐนั่งเก้าอี้รมว.คลังดูแลอยู่ ที่สำคัญมีกระแสข่าวการเปิดโปงขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยด้วยฝีมือคนใกล้ชิดนักการเมือง โดยอ้างว่าผลสอบดังกล่าวได้ถึงมือนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย จึงเป็นการแก้เกมระหว่างพรรคการเมืองหลังจากที่ทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ภายใต้สังกัดพรรคพลังประชารัฐถูกกระแสสังคมตรวจสอบการกักตุนหน้ากากอนามัยไปก่อนหน้านี้
การโยกย้ายอธิบดีกรมการค้าภายใน จึงเป็นเพียงการหาแพะรับผิดต่อการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยที่ผิดพลาดของรัฐบาล และสะท้อนว่ามีขบวนการฉวยโอกาสกักตุนหน้ากากอนามัย เพื่อฟันกำไรจริง
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน