ทีมข่าวเนชั่นทีวีลงพื้นที่จุดที่คาดว่าจะเป็น ปลายอุโมงค์ผันน้ำยวมมายังเขื่อนภูมิพล ที่ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พบลำห้วยสายเล็กๆที่แห้งขอด และกำลังจะกลายเป็นคลองคอนกรีตในอนาคต เพื่อลำเลียงมวลน้ำ 1,114 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ชาวที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบคัดค้านโครงการนี้ เพราะในอนาคตอาจทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร
แก้ว ทาแผ มีสวนลำไยอยู่ประมาณ 10 ไร่ ที่คาดว่าจะกลาย จุดทิ้งดิน จำนวนมหาศาล จากการขุดอุโมงค์ที่มีขนาดความยาวกว่า 61 กิโลเมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ภายในประมาณ 6 เมตร 80 เซ็นติเมตร
อุโมงค์ผันน้ำที่อยู่ใต้ดิน จะพาดผ่านป่า บริเวณอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านกลุ่มชาติติพันธ์กะเหรี่ยง ซึ่งกำลังถูกซ้ำเติมจากโครงการเหมืองถ่านหินอยู่แล้ว
ส่วนนี่คือพื้นที่เป้าหมายบริเวณปากอุโมงค์ผันน้ำ ที่จะมีการสร้างสถานีสูบน้ำบ้านสบเงา ที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ห่างจากจุดนี้ประมาณ 22 กิโลเมตร จะเป็นเขื่อนน้ำยวม ขวางกั้นลำน้ำยวม เพื่อจะยกระดับน้ำให้สูงขึ้น เพื่อสูบน้ำ ไปยังอุโมงค์น้ำอีกทีหนึ่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสถานีสูบน้ำ และเขื่อนน้ำยวม จะสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ และทำลายวิถีชีวิตเดิม ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อย่างรุนแรง
กรมชลประทานให้เหตุผลว่า แม่น้ำยวมไหลลงสู่ แม่น้ำเมยออกนอกประเทศ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นการผันน้ำส่วนเกินมาเก็บไว้ในเขื่อนภูมิพลเพื่อใช้ในฤดูแล้ง จะแก้ปัญหาภัยแล้งในระยะยาวให้แก่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้
แต่สวนทางกับความคิดเห็นของนักวิชาการ ด้านน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต ที่ไม่อาจการันตีได้ว่าโครงการที่ลงทุนไปมากกว่า 7 หมื่นล้านจะสามารถผันน้ำได้ตามเป้าหมายหรือไม่
"แนวคิดเรื่องการผันน้ำระหว่างอ่างเป็นแนวคิดที่ดี แต่จากการคาดการปริมาณฝนอีก 200 ปี ค่อนข้างมีความผันผวน เท่าที่ดูตามแบบจำลอง โครงการดังกล่าวอาจผันน้ำได้ไม่ตามเป้า จากผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากจะผันน้ำช่วยลุ่มเจ้าพระยาแนวทางที่ดีที่สุดคือการผันน้ำ จากเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ เพราะอนาคตน้ำจะดี" รศ.ดร.เสรี ระบุ
ปัจจุบันโครงการผันน้ำยวมเติมเขื่อนภูมิพล เข้าสู่ขั้นตอนของการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. แล้ว
ขณะเดียวกัน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ เดินหน้าสนับสนุนโครงการดังกล่าวโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน จากทั้งวิชาการ และชุมชนที่ไม่ได้ประโยชน์ หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง ก็อาจมีความเสี่ยงว่าไม่คุ้มค่า รวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้