นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ดำเนินการออกมาตรการในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน 5 ด้าน ดังนี้
1. แถลงการณ์ยืนยันให้เกิดความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันภัยการเดินทางที่มีอยู่ในปัจจุบันครอบคลุมถึงการคุ้มครองโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีการจัดทำผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่รองรับการคุ้มครองโรคที่เกิดจากไวรัสนี้โดยเฉพาะ โดยหากมีการขออนุมัติแบบกรมธรรม์ดังกล่าวจะอนุมัติให้แบบ fast track ซึ่งขณะนี้มีบริษัทประกันภัย 14 บริษัท ได้รับความเห็นชอบแบบผลิตภัณฑ์นี้
2. สร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจประกันภัย โดยจัดทำ Stress test เพื่อทดสอบปัจจัยมหภาค การเคลมจากการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ หากสถานการณ์มีความรุนแรง ซึ่งผลการทดสอบพบว่า ธุรกิจประกันภัยมีความแข็งแกร่งและสามารถรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาได้เป็นอย่างดี
3. มีระบบการกำกับดูแล โดยการปรับกฎกติกาต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่น และพร้อมที่จะมีการทบทวนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
4. มีระบบการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ กรณีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
5. มีระบบการดูแลภาคธุรกิจประกันภัยและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยการออกมาตรการต่าง ๆ ซึ่งได้ดำเนินการออกมาตรการในช่วงแรก 4 มาตรการ คือ
(1) สนับสนุนส่งเสริมและเร่งอนุมัติผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยจากไวรัสโคโรนาโดยเฉพาะ
(2) สนับสนุนส่งเสริมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยศึกษาและพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองนักท่องเที่ยว ซึ่งเกิดการเจ็บป่วยจากโรคไวรัสโคโรนา
(3) ส่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจประกันภัย โดยจัดทำ Stress test เพื่อทดสอบปัจจัยมหภาค การเคลมจากการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ หากสถานการณ์มีความรุนแรง (4) เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ว่า กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และประกันภัยการเดินทางสามารถคุ้มครองหากเจ็บป่วยจากไวรัสโคโรนา และต่อมาได้ออก 15 มาตรการ คือ ด้านการประกันชีวิต อาทิ ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันชีวิตออกไปอีก 60 วันจากกำหนดระยะเวลาผ่อนผันเดิม ยกเว้นดอกเบี้ยกรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตสิ้นผลบังคับ หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุ หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิม ภายใน 6 เดือน ผ่อนผันการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในกรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ หรือกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ผ่อนผันให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยในแต่ละงวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีการเปลี่ยนแปลงเบี้ยงวดการชำระเบี้ยประกันภัยใด ๆ ก็ตาม หรือมีการชำระเบี้ยประกันภัยรายงวดที่น้อยกว่า 1 ปี ขอความร่วมมือให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลดอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองสุขภาพ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเบี้ยประกันภัย มาตรการด้านประกันวินาศภัย อาทิ ผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่มี่ความคุ้มครองเดียวกัน ผ่อนผันให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยเป็นรายงวดได้ สำหรับการประกันอัคคีภัยและการประกันภัยเบ็ดเตล็ด บริษัทอาจลดเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยโดยตรงกับบริษัทได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเบี้ยประกันภัย
มาตรการด้านคนกลางประกันภัย อาทิ ขยายระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทน-นายหน้าประกันภัย ให้ตัวแทน-นายหน้าประกันภัย งดการเข้าสอบเมื่อมีอาการไอ จาม หรือเป็นไข้ ชะลอหรืองดการเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรฯ ขอความร่วมมือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบในการจัดอบรมตามหลักสูตรชะลอหรืองดการจัดอบรม โดยให้สิทธิ์ไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับการอบรมในครั้งต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคไวรัสโคโรนา COVID-19 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 70,000 ฉบับ โดยมีวงเงินความคุ้มครองรวมทั้งสิ้น 3,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะมีการหารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของการประกันชีวิต และการประกันวินาศภัยต่อไป
"สำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเต็มที่ โดยจะบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ภายใต้แผนพัฒนาตลาดทุนไทย ตลอดจนจะเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา COVID-19 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด" เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย