ชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ระบุ แผนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี จำเป็นต้องมีระบบขนส่งเข้ามารองรับการเดินทางของคน ดังนั้นจึงมีต้องมีการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ในส่วนของการขนส่งสินค้าได้มีการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งทั้งหมดนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เดินหน้าโครงการด้วยการเปิดประมูลไปหมดแล้ว และคาดว่าภายใน 10 ปีหากระบบขนส่งดังกล่าวเชื่อมกันหมดจะทำให้เกิดมูลค่ามหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ นอกจากการวางโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีแล้ว การพัฒนาเรื่องระบบเชื่อมต่อการเดินทางในอีอีซี หรือฟีดเดอร์ และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเชื่อมกันทั้งระบบ ซึ่งสนข.ก็ได้มีการศึกษาและวางแผนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติต่อแล้ว
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งในพื้นที่อีอีซี จะเป็นโมเดลที่จะพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในภาคอื่นๆตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ทำแผนใหญ่ทั้งพิ้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ เอสอีซี ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นสิ่งที่สนข.จะศึกษาเพื่อวางระบบขนส่งให้เหมาะในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมต่อไป เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย