เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โต้กลับ! ชาวเน็ตวิจารณ์ ข่าวกักตุนหน้ากาก 200ล.ชิ้น เป็นไปไม่ได้

09 มี.ค. 2563 | jirasin_yin

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โต้กลับ! ชาวเน็ตวิจารณ์ ข่าวกักตุนหน้ากาก 200ล.ชิ้น เป็นไปไม่ได้

จากกรณีตามที่ปรากฏข่าวจากการเผยแพร่ของเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า คนสนิท-ผู้ติดตาม "ธรรมนัส พรหมเผ่า" ได้กักตุนหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้นเพื่อขายต่อให้กับนายทุนจีนและผู้อื่นนั้น

จากเรื่องราวนี้ ได้มีความเคลื่อนไหวจาก นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้กล่าวอธิบายความเห็นเป็นข้อคิดด้วยเหตุผลว่า ข่าวการกักตุนหน้ากากอนามัย 200ล้านชิ้นนั้น และเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้ โดยเขียนรายละเอียดระบุว่า...

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โต้กลับ! ชาวเน็ตวิจารณ์ ข่าวกักตุนหน้ากาก 200ล.ชิ้น เป็นไปไม่ได้


.....เห็นข่าวมีการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น อยากให้ข้อคิดด้วยเหตุผลเพื่อพิจารณาดังนี้.....1 ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไทยผลิตหน้ากากอนามัยได้ประมาณเดือนละ 36 ล้านชิ้น หน้ากาก 200 ล้านชิ้น ต้องใช้เวลาผลิตประมาณ 5 เดือนเศษ..... 2 มีผู้ป่วยด้วยโควิด 19 ในประเทศไทย เมื่อต้นเดือนมกราคม 2563 คิดถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน.....3 เวลา 2 เดือนตามข้อ 2 สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้เพียง 72 ล้านชิ้นเท่านั้น.....4 ถ้าหากมีการกักตุนจริงผู้กักตุนต้องกักตุนมาก่อนเกิดมีผู้ป่วยด้วย โควิด 19 ประมาณ 4 เดือน เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดมีโควิด 19 ระบาดในประเทศไทยหรือในประเทศต่างๆ ในโลก ทั้งเขาต้องกวาดซื้อหน้ากากอนามัยจากโรงงานผู้ผลิตทั้งหมดโดยจะไม่มีหน้ากากอนามัยขายในท้องตลาดแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ตามความจริงยังมีหน้ากากอนามัยขายอยู่ตลอดมา.....ขอสรุปว่าข่าวเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย และเป็นข่าวเท็จแน่นอน ไม่ต่างจากข่าวคนจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 5,000,000 คน ช่วงตรุษจีน.....ผู้เสพข่าวควรจะต้องพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลว่าข่าวใดควรจะเชื่อได้หรือไม่ ไม่ใช่มีข่าวอะไรก็เชื่อทุกอย่าง

ทั้งนี้ ได้มีกระแสวิจารณ์ตีกลับถึงการให้เหตุผลดังกล่าวของผู้พิพากษา ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ
ล่าสุด อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่า...

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โต้กลับ! ชาวเน็ตวิจารณ์ ข่าวกักตุนหน้ากาก 200ล.ชิ้น เป็นไปไม่ได้

.....เมื่อเช้าเขียนเรื่องที่มีข่าวว่ามีการกักตุนหน้ากากอน้ามัย 200 ล้านชิ้น ปรากฎว่ามีการนำไปว่ากล่าวกันมากมาย จึงข้อชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้.....1 ข้อความที่ผมเขียนไม่มีถ้อยคำใดที่มีความหมายได้ว่า ผมเห็นด้วยกับการกักตุนหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย.....2 ผมไม่ได้ให้ความเห็นว่าไม่มีการกักตุนหน้ากากอนามัย อาจมีการกักตุนจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานราชการและเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องต้องทำการตรวจสอบและหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน.....3 การกักตุนจำนวน 200 ล้านชิ้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ เหมือนข่าวคนจีนเดินทางเข้ามาเมืองไทย 5,000,000 คน ในช่วงตรุษจีน ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนจีนเดินทางเจ้ามาในประเทศไทยเลย อาจมีการเดินทางเข้าจำนวนนับหมื่นคนย่อมเป็นไปได้.....ขอให้อ่านภาษาไทยกันให้เข้าใจด้วย ผมจะไม่ทนกับคนที่นำความเห็นของผมไปตีความหมายผิดแล้วด่ากันอย่างหยาบคาย

ข่าวล่าสุด