ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรนำงบประมาณ 1 แสนล้านบาทจากแคมเปญแจกเงิน ไปแก้ปัญหาการแพร่เชื้อโควิค-19 จะดีกว่า โดยควรให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตหน้ากากในทุกภูมิภาค และต้องให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน ซึ่งที่ประเทศจีนสามารถสร้างโรงพยาบาลให้แล้วเสร็จได้ภายใน 10 วัน และมีการจัดเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์การแพทย์เพื่อรองรับการบริการให้กับผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 โดยมีพื้นที่ 34,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,000 เตียง ซึ่งคนไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนเก่งดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าสามารถที่จะทำโรงงานหน้ากาก เพื่อผลิตสำหรับแจกจ่ายได้ทันตามกำหนด โดยในส่วนของเรื่องหน้ากากอนามัยนั้นรัฐบาลควรจะต้องแจกหน้ากากฯ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์วันละ 2 ชิ้นต่อคน และควรจัดส่งหน้ากากให้กับประชาชนคนไทยทุกคนทางไปรษณีย์วันละ 1 ชิ้นต่อคน (ทำการจัดส่งเดือนละ 1 ครั้ง ตามจำนวนวันของเดือนจนกว่าการแพร่ระบาดจะหมดไป) ควรกำหนดให้สถานที่ราชการทุกแห่ง รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะทุกชนิด มีเจลล้างมือแอลกอฮอล์ และต้องมีการฆ่าเชื้อโดยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามมาตราฐานสากลวันละ 2 ครั้ง ซึ่งแคมเปญที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณเพียงแค่ไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลยังคงจะเหลือเงินอีก 9 หมื่นล้านบาท ที่จะนำมาใช้พัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ กลับใจเปลี่ยนจากโครงการแจกเงิน มาเป็นแก้วิกฤติโควิด-19 โดยการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อออกมาจับจ่ายใช้สอยได้บ้าง เศรษฐกิจไทยก็จะคงพอขับเคลื่อนไปได้ ทุกวันนี้ตามห้างร้าน และตลาด คนแทบจะไม่มี พ่อค้าแม่ค้าบ่นกันทั้งวันว่าค้าขายแทบไม่ได้ อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เคยไปเดินตลาดด้วยตนเองบ้างหรือไม่ หรือไม่กล้าไป เพราะกลัวติดเชื้อไวรัสโควิด-19