วันนี้ (4 มี.ค.63) ที่รัฐสภาผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธานกมธ. ได้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าาที่ของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสวนผึ้ง จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินคดี กับนายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี กรณีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ หมู่9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ได้ส่ง พล.ต.ต.สุพัฒน์ เชยชิด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 (ผบช.ภ.7) ชี้แจงแทน และ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง มาชี้แจง แต่ได้ส่ง พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ (บก.ปทส.) เป็นตัวแทน
โดยการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสืบเนื่องที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ยื่นร้องเรียนต่อกมธ.ฯ
ทั้งนี้ ภายหลังการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นายวีระ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนฐานะผู้ร้อง เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจสอบดังกล่าว พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดีกับนายทวี รวมถึงน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกป่านั้น มีการแทรกแซงหรือดึงเรื่องให้คดีล่าช้าหรือไม่ ซึ่งตัวแทนที่ชี้แจงนั้นระบุว่าได้ส่งสำนวนคดีเข้าไปยังส่วนกลาง คือ กองกฎหมายและคดี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ แต่เมื่อตามเรื่องเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ไม่มีบุคคลใดยืนยันต่อกรณีดังกล่าว ส่วนกรณีของ บก.ปทส.นั้น ทราบว่าได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ถึงล่าสุดไม่พบการตั้งคณะกรรมการสอบสวน
"ผมรู้สึกไม่สบายใจ หากไม่เร่งติดตาม ไม่ทราบว่าสำนวนคดีนี้จะอยู่ที่ใคร หรือใครรับผิดชอบ ดังนั้นผมต้องติดตามทุกฝีก้าวเพื่อให้เรื่องนี้ชัดเจน อีกทั้งผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีอาจมีใบสั่ง จากนายตำรวจใหญ่" นายวีระ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ปารีณา ให้สัมภาษณ์ต่อการพิจารณาคดีดังกล่าวในกมธ.ฯ ว่า ตนฐานะผู้ที่มีส่วนถูกร้องไม่ได้แสดงความเห็นหรือซักถามใดๆ แต่สงสัยในการกระทำของนายวีระ ฐานะผู้ร้อง ที่ประธานกมธ.ฯ อนุญาตให้ซักถาม กับบุคคลที่เชิญมาชี้แจง ทั้งที่เป็นหน้าที่ของกมธ.ฯ อีกทั้งการตรวจสอบกรณีดังกล่าวคือการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ตรวจสอบว่าบุคคลทำผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตามกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าการทำคดีรุกป่าของตนและบิดาล่าช้านั้น ยืนยันว่าไม่มีการใช้อำนาจใดแทรกแซงการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่
เมื่อถามถึงกรณี การออกหมายเรียกจาก บก.ปทส. นางสาวปารีณา กล่าวว่า ตนทราบข่าวเช่นกันแต่ขณะนี้ยังไม่เห็นหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามการแจ้งหมายเรียกสามารถส่งไปรษณีย์เรื่องไปยังบ้านพักตามที่อยู่ที่ราชบุรีได้ และเมื่อได้รับหมายเรียกแล้ว ตนและนายทศพล เพ็งส้ม ฐานะทนายความ พร้อมจะปฏิบัติตามหมายเรียก อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนยังไม่เห็นหมายเรียกและไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดนำหมายเรียกมาให้ตนที่รัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ น.ส.ปารีณา จะให้สัมภาษณ์นั้น พบเจ้าหน้าที่จาก บก.ปทส. จำนวน 3 นาย ถือแฟ้มเอกสารขนาดใหญ่ นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องประชุมกมธ.ฯ โดยมีข่าวระบุว่าเป็นคณะเจ้าหน้าที่ที่นำหมายเรียกมาให้น.ส.ปารีณา เนื่องจากปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บก.ปสท. ระบุเพียงว่า เป็นฝ่ายสนับสนุนด้านข้อมูลให้กับ ผบ.บก.ปสท. เท่านั้น และเป็นไปตามจดหมายเชิญชี้แจงของกมธ.ฯ โดยไม่มีหมายเรียกใดๆ มายื่นให้กับน.ส.ปารีณา ตามที่มีกระแสข่าว.