1. ด้านการป้องกันโรค/สุขภาพ คือ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐ ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และหากมีความจำเป็นให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการกำหนดมาตรการเป็นการภายในต่อไป, ให้ส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐ ระงับหรือเลื่อนการเดินทางไปศึกษาดูงาน อบรม หลักสูตร หรือประชุม ในประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส และประเทศเฝ้าระวัง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงงบประมาณเป็นการดูงานภายในประเทศแทน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องได้รับอนุญาตให้เดินทางออก นอกราชอาณาจักรจากหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ,ให้เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เดินทางกลับมาจาก หรือเดินทางผ่าน หรือมีเส้นทางแวะผ่าน (Transit/Transfer) ประเทศที่เสี่ยงแพร่ระบาดเชื้อไวรัสต้องสังเกตอาการ และปฏิบัติอยู่ในที่พัก 14 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นติดเชื้อไวรัสให้พบแพทย์ ส่วนราชการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จัดทำหลักเกณฑ์ให้ ปฏิบัติงานภายในที่พัก โดยให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนประชาชนทั่วไปที่ ให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการคัดกรองประชาชนกลุ่มดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่มีความจำเป็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการขนส่งประชาชนกลุ่มดังกล่าวกลับภูมิลำเนา หรือไปยังสถานพยาบาลอย่างเหมาะสม รวมถึงการกำกับดูแล การกักกันตนเอง ในที่พักอาศัย โดยให้มีการบูรณาการการดำเนิงานระหว่างชุมชน จิตอาสา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และสถานพยาบาลในพื้นที่ ในการติดตาม เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันอย่างใกล้ชิด
จัดให้มีศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจาก ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน บูรณาการข้อมูลจากทุกส่วนราชการ และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึง ทุกกลุ่ม ตลอดจนการขอความร่วมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยเฉพาะขั้นตอนการเฝ้าระวังและการป้องกัน