โควิด-19 ทุบส่งออกไทยปีนี้เสี่ยงติดลบ
03 มี.ค. 2563 | orawan_jan

สรท.ยังคงคาดการณ์ส่งออกไทยปี 63 โต 0-1% แต่ห่วงไวรัสโควิด-19 ยืดเยื้อกระทบหนักอาจทำให้ส่งออกไทยทั้งปีติดลบได้ เหตุตลาดจีนลดลงหนักหนักสุด 25-75% แนะรัฐออกมาตรการเยียวยาโควิด-19
ข่าว
03 มี.ค. 2563 | orawan_jan

สรท.ยังคงคาดการณ์ส่งออกไทยปี 63 โต 0-1% แต่ห่วงไวรัสโควิด-19 ยืดเยื้อกระทบหนักอาจทำให้ส่งออกไทยทั้งปีติดลบได้ เหตุตลาดจีนลดลงหนักหนักสุด 25-75% แนะรัฐออกมาตรการเยียวยาโควิด-19
น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี2563 เติบโต 0-1% บนสมมติฐานค่าเงินบาท 30.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญคือ ตลาดหดตัวลงจากผลกระทบโควิด-19 ทั้งด้านการผลิตและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและในจีน ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนกับจีนที่ต้องหยุดชะงักโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผักผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งซึ่งอาจทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบและกระทบต่อการผลิตทั้งของไทยและจีนโดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนจากการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์
"สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการส่งออกและนำเข้าของไทยภายใต้สมมติฐานว่าถ้าการส่งออกไปจีนได้รับผลกระทบ -75% ถึง -25%เรียงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดที่ -75% เดือนมีนาคมได้รับผลกระทบ -50% และเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ได้รับผลกระทบ-25% จะทำให้การส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส1/2563 หดตัวประมาณ -3.6% ไตรมาส 2/2563 หดตัวประมาณ -2.91% และครึ่งปีหลัง 2563 หดตัวประมาณ -3.3%"
สำหรับ ข้อเสนอแนะของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) ต่อมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้านต้นทุนการเงิน(สถาบันการเงินและกระทรวงการคลัง) 1.เน้นการปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในดำเนินธุรกิจ อาทิการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะ 6 เดือน และการขยายระยะเวลาการชำระคืนสินเชื่อเพื่อการส่งออกระยะเวลา 12 เดือน 2. การหยุดพักชำระหนี้ธนาคารและค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นระยะเวลา12 เดือน 3.การยกเว้นภาษีสรรพสามิตและภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะ ผปก.ที่พึงพาตลาดจีนเป็นหลัก 4. การชะลอการเรียกเก็บภาษีใหม่ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวอาทิ ภาษีความหวาน ความเค็ม เป็นต้น
ด้านการตลาดและโลจิสติกส์(กระทรวงพาณิชย์/กระทรวงคมนาคม) 1.กระทรวงพาณิชย์ ควรจัดให้มีทีม SocialMedia หรือ Call Center เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสอบถามและรายงานสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสอบถามข้อมูลสำหรับประกอบการวางแผนในการดำเนินธุรกิจและควรเป็นสื่อกลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารล่าสุดเพื่อประกอบการการตัดสินใจของผู้ประกอบการเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศจีนรายมณฑลจุดขนส่งสินค้าต่างๆ ที่สามารถดำเนินการได้ 2.เพิ่มความถี่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (Thailand Exhibition)
3.กระทรวงพาณิชย์ควรประสานขอความร่วมมือกับรัฐบาลจีนทั้งส่วนกลางและรายมณฑล ในเรื่อง3.1 ผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าและส่งออกสินค้า 3.2 ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆอาทิ congestion surcharge และ storage charge 4.ขอให้เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี FTA อาทิ Thai-EU, RCEP, Thai United Kingdom, Thai Pakistan, Thai Turkey, Thai EFTA และ Thai Sri Lanka เพื่อชดเชยการพึ่งพาตลาดจีนและเป็นการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่เพิ่มมูลค่าการส่งออกและเพื่อไม่ให้ไทยเสียตลาดหลักให้กับคู่แข่งที่ได้มีการทำ FTA ไปกับกลุ่มประเทศดังกล่าวก่อนหน้า 5.กำกับดูแลให้สายเรือขนส่งสินค้าจัดหาตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ส่งออกในอัตราค่าระวางที่เหมาะสม
6. จัดหาบริการขนส่งสินค้าทางอากาศในลักษณะเช่าเหมาลำ(Charter Flight - Freighter) เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้า Perishable ซึ่งไม่สามารถขนส่งสินค้าทางทะเลเนื่องจากยังมีปัญหาท่าเรือแออัด 7.เตรียมความพร้อมท่าเรือของไทยสำหรับรองรับความต้องการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกไปยังประเทศจีนเพื่อป้องกันปัญหาความแออัดของสินค้า เมื่อประเทศจีนสามารถขนส่งสินค้าได้ตามปกติ