ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา สาระสำคัญ 4 วันที่ผ่านมา อาจารย์มองว่าอย่างไร?
"ตอนฝ่ายค้านเขามีการพูดจา ก็มีการคาดหวังมากเลยนะ เพราะเขาเรียกว่าอรุณรุ่งบ้าง มีข้อมูลชนิดรัฐบาลต้องอับอายขายหน้า อยู่ต่อไปไม่ได้ แต่เสร็จแล้วพอฟังอภิปรายไปแล้ว ก็รู้สึกว่ามีเรื่องเขาเล่าว่า ไม่มีอะไรที่ชัดเจน ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน การกระทำที่ชัดเจนเราไม่เห็น หลายอย่างก็ย้อนกลับไปก่อน 7 เดือนนี้ ที่จริงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ 7 เดือนนี้ แต่มันย้อนกลับไปหลายเรื่องราว และมีเรื่องเลอะเทอะเยอะมาก น่าเสียดายที่คนสุดท้ายน่าจะปั๊ง แต่ปรากฏว่าฟังแล้วเลอะเทอะกว่าใครเพื่อน"
จบลงด้วยการวอล์กเอาท์มาอภิปรายข้างนอก เพราะเวลาไม่พอ?
"ก็ในเมื่อตกลงกันแล้ว ถ้าติดตามดูจะรู้ว่าฝ่ายรัฐบาลได้เวลา 10 ชม. ส่วนฝ่ายค้านได้ 21 ชม. ซึ่งได้สองเท่ากว่า แต่พูดจาอีท่าไหนก็ไม่ทราบ เขาไม่ได้ดูเวลาหรือยังไงก็ไม่รู้ ฝ่ายค้านใช้ไปเกือบ 22 ชม. ฝ่ายรัฐบาลใช้ไป 9 ชม.กว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนอภิปรายคนสุดท้ายก็ไม่น่าใช้เวลายาวนานมากกว่าที่กำหนดเป็นหลายๆ ชม. ทั้งนี้เพราะเขาพูดพล่ามไปหลายเรื่อง มีแม้แต่เรื่องการสั่งเสียลูกหลานว่าถ้าตัวเองตายไปจะเป็นยังไง มีการชวนนายกฯ ไปสาบาน มีการท้ายิงกันที่วัดพระแก้ว ซึ่งคุณชวนก็ตักเตือนหลายครั้ง แต่ปรากฎว่าพฤติกรรมของเขา เขาไม่ฟัง จนเขาเป็นคนใช้เวลาเกิน เกินเป็นชม. คนสุดท้ายทำให้เกิดเรื่องต้องวอล์กเอาท์ เพราะในเมื่อเวลาไม่พอ ก็ต้องการอยากยืดเวลา แต่ฝ่ายรัฐบาลรู้สึกว่าคุณได้ไป 21 กว่าแล้ว จะเอาต่ออีกเหรอ เวลานั้นก็ทุ่มกว่าแล้ว มันจำเป็นต้องมีเวลาให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านสรุป ถ้าเยิ้นเย้อไปกว่านี้ เดี๋ยวจบไม่ทันเที่ยงคืน 9 โมงครึ่งจะไม่สามารถลงคะแนนได้ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น แต่มาพูดจาว่ารัฐบาลสกัดกั้นไม่ให้มีการอภิปราย ซึ่งไม่ใช่เลย คุณบิดเบือน เรื่องของเรื่องคือฝ่ายค้านบริหารเวลากันไม่เป็น"
ฝ่ายค้านตกลงกันไม่ลงรอย?
"แต่ละคนพูดเกินเวลา พอพูดเกินเวลา ถ้าเขาจะจัดการกัน มีเวลาตั้งหลายวัน ถ้ามีแววว่าจะเกินเวลา ทำไมเขาไม่พูดกันก่อนถึงวันสุดท้ายนี้ รอจนถึงเวลาสุดท้าย และในที่สุดคนเตรียมตัวไว้ว่าจะพูดก็ไม่ได้พูด แล้วมาบอกว่ารัฐบาลสกัดกั้น ทำไมไม่พูดกันเอง ทีนี้เกิดสองขา เราเป็นประชาชนก็งงเหมือนกัน ขานึงเขาทะเลาะกัน อนาคตใหม่ก็มองว่าเพื่อไทยไม่มีการรักษาเวลา เลยไปถึงกล่าวหาว่ามีการฮั้วกับรัฐบาลหรือเปล่า อีกขานึงก็ออกมาบอกว่ารัฐบาลปิดกั้นไม่ให้อภิปราย เราเลยไม่รู้ว่าอันไหนเป็นเรื่องจริงกันแน่"
ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ประเด็นการจัดซื้อรถถังมูลค่า 8 พันล้านบาท สมัยนายกฯ ดำรงตำแหน่งเป็นผบ.ทบ. สุดท้ายท้ายิงกันหน้าวัดพระแก้ว มองเรื่องนี้ยังไง?
"โอ้โห น่ารังเกียจมาก คุณเป็น ส.ส. คุณพูดจากันสิความจริงคืออะไร เอาความจริงมาถกกัน ไม่ใช่ท้ายิงกัน มันถูกเหรอใช้สภาเป็นที่ท้ายิง แล้วปรากฎว่าเป็นยังไง ท่านประวิตรก็บอกว่าการจัดซื้อจัดจ้าง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสามารถอธิบายได้ แล้วท่านก็อธิบายได้จริงๆ ส่วนนายกฯ เองเรื่องที่ท่านไปยูเครนท่านก็อธิบายได้ ตรงนี้คือความชัดแจ้งที่ฝ่ายค้านยกขึ้นมาแล้วฝ่ายรัฐบาลสามารถอธิบายจนเป็นที่เข้าใจกระจ่างได้ มันเลอะเทอะมาก ถ้าจะจัดการกับรัฐบาล ต้องมีความจริงเชิงประจักษ์ ซึ่งเราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้"