เมื่อวันที่ 28 ก.พ.63 - "ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล" อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในการให้ข้อสังเกตต่อการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 รับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19) ว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 และภาครัฐโดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ที่มี รมว.สาธารณสุขเป็นประธานกรรมการได้มีมติเมื่อวันที่ 24 ก.พ.63 ให้เพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลำดับที่ 14 เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคนี้ ผมมีข้อสังเกตต่อการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
1.ยังไม่ได้ประกาศให้ประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นเขตติดโรคจากเชื้อไวรัสโคโรนา รมว.สาธารณสุข ยังไม่ได้ประกาศให้ประเทศหรือเมือง หรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเขตติดโรค ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฯ มาตรา 8 ซึ่งหากมีการประกาศเขตติดโรคจะเป็นประโยชน์ในการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรการตามมาตรา 40 และมาตรา 41 ในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่จะเข้ามาภายในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะนี้จึงมีแต่เพียงคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อการระบาดของโรคเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับเมื่อครั้งมีการระบาดของโรคไข้เหลือง เมื่อเดือน ธ.ค.60 รมว.สาธารณสุขในขณะนั้น ได้เคยประกาศให้ประเทศต่าง ๆ จำนวน 42 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นเขตติดโรคไข้เหลือง เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคไข้เหลืองซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายไม่ให้เข้ามาในประเทศไทย