นายวีระชัย เหลืองวิริยะยาน อายุ 62 ปี อาศัย บ้านเลขที่ 95 หมู่ 8 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ไม่ห่างศาลเพียงตามากนัก ได้ขับรถ จยย.พร้อมลูกชายวัย 8 ขวบ ผ่านมาพอดีจึงสอบถามที่มาที่ไปของศาลเพียงตาดักล่าว ซึ่งนายวีระชัย เล่าว่า ศาลเพียงตาแห่งนี้ชื่อว่า "หลาน้ำแดง" หรือ "ศาลาน้ำแดง" พ่อของตนเป็นคนสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปี ที่แล้วเนื่องจากมีชาวบ้านหลายรายในหมู่บ้านได้ฝันเห็นมีวิญญาณของเด็กผู้หญิง ผู้ชายหลายรายมาวนเวียนอยู่บริเวณนี้ และขอให้ตั้งศาลเพียงตาให้จะได้อยู่อาศัย โดยบอกว่าหากมีการสร้างศาลาให้ได้อยู่อาศัยวิญญาณเด็ก ๆ จะคอยให้โชคลาภกับชาวบ้านและผู้คนที่ขับรถผ่านไปมา
นายวีระชัย กล่าวต่อว่า หลังจากพ่อของตนสร้างศาลาหลังแรกทำด้วยไม้แล้วเสร็จก็มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาแวะบนบานขอโชคลาภและสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการ และมีอยู่หลายรายสมหวังดั่งใจปรารถนา จึงได้นำน้ำแดง รวมถึงเสื้อผ้าเด็ก ของเล่นเด็กมาเซ่นไหว้แก้บน จนต่อมามีการเชื่อว่าวิญญาณของเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในศาลเพียงตาเป็นเด็กในวัยเรียนครั้งแรกเป็นเด็กผู้หญิงและน่าจะต้องการเรียนหนังสือ ทำให้ผู้ที่บนบานและสมหวังเริ่มชุดนักเรียนมาเซ่นไหว้แก้บน จนมีการเล่าลือกันว่ามีวิญญาณเด็กผู้ชายอยู่จุดดังกล่าวด้วย ในปัจจุบันการบนบานจะระบุว่าหากประสมความสมหวังจะนำชุดนักเรียนมาแก้บน ทำให้ผู้ที่สมหวังนำชุดนักเรียนมาแก้บนจนชุดนักเรียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเน้นเสื้อสีขาว ส่วนกางเกงหรือกระโปรงนักเรียนจะเป็นสีแดง จนกลายเป็นความเชื่อว่าหากบนบานว่าให้ประสบคามสำเร็จตามที่ต้องการแล้วจะนำชุดนักเรียนมาแก้บน ผู้บนบานมักจะประสบความสำเร็จตามที่บนบาน ในปัจจุบันสิ่งของแก้บนนอกจากน้ำอัดลมน้ำสีแดงแล้วชุดนักเรียนจะเป็นของแก้บนที่ผู้บนบานนิยมนำมาแก้บนมากที่สุด