วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ตัวแทนเครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านค้ามนุษย์ 13 องค์กร เข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด กรณีที่เครือข่ายฯ เคยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดือนก.ย.2562 ขอให้ตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของอธิบดีอัยการ กองคดีค้ามนุษย์ และรองอัยการสูงสุด หลังจากมีคำสั่งไม่ฟ้อง และขอให้ดีเอสไอ เพิกถอนหมายจับ นางนิภา และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ภรรยาและบุตรชาย นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ในความผิดฐานค้ามนุษย์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด บอกว่า การเชิญผู้แทนเครือข่ายฯ เข้าให้ปากคำในวันนี้ เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียน และต่อมาอัยการสูงสุด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอัยการขึ้นมาตรวจสอบ ส่วนข้อสรุปจะเป็นอย่างไรต้องรอฟังผลจากคณะกรรมการตรวจสอบรายงานให้อัยการสูงสุด ต่อไปทั้งนี้ ขอเรียนชี้แจงว่า กระบวนการสั่งคดีวิคตาเรียซีเครท เป็นรูปแบบของคณะทำงานที่สั่งไม่ฟ้องนางนิภา เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท จากนั้นอธิบดีอัยการ กองคดีค้ามนุษย์ จึงทำความเห็นไปยังดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวน เพื่อให้เห็นแย้งหรือเห็นด้วย ปรากฎว่าอธิบดีดีเอสไอ เห็นพ้องกับคำสั่งของอธิบดีอัยการ ดังนั้น คดีถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ส่วนนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ อัยการ ยังคงสั่งฟ้องในข้อหาค้ามนุษย์ และยังอยู่ทุกคดี ไม่ได้หลุดไปไหน