นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุขที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยภายหลังการหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูปที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19ว่า ได้รับมอบหมายจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19โดยเฉพาะการผลิตและการทำตลาดไม้ยางพาราแปรรูป และเฟอร์นิเจอร์ ทั้งตลาดจีน อินเดียและอีกหลายประเทศทั่วโลก ที่อาจจะชะลอตัวลงจึงต้องหาทางช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและป้องกันไม่ให้เกิดกระทบต่อเนื่องถึงห่วงโซ่ในอุตสาหกรรมตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกไม้ยาง แรงงาน และผู้ประกอบการส่งออก
ทั้งนี้ผลการหารือได้มีมติมอบให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นต้นเรื่องร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เช่น การชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีนายจุรินทร์ เป็นกรรมการ พิจารณาโดยเร็ว จากนั้นจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติการให้ความช่วยเหลือต่อไป
ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังสมาคมธนาคารไทย เพื่อมีมาตรการให้ธนาคารที่เป็นสมาชิกโดยเฉพาะธนาคารเอกชน ออกมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้กับลูกหนี้โดยเฉพาะผู้ประกอบการไม้ยางพาราแปรรูป ทั้งการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำการลดดอกเบี้ย หรือการชะลอการชำระหนี้ และประสานกระทรวงการคลังให้สั่งการธนาคารรัฐในกำกับดูแลให้มีมาตรการช่วยเหลือเช่นเดียวกัน
สำหรับแนวทางช่วยเหลือด้านการตลาดกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะช่วยเหลือผลักดันให้มีการทำตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดจีนที่เป็นตลาดหลักของไทย และอินเดีย ที่ปัจจุบันมีโอกาสขยายตัวอีกมากหลังจากที่รัฐบาลอินเดียส่งเสริมให้ประชาชนมีบ้าน และยังมีการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์การก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน ทำให้มีความต้องการเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น
ปัจจุบัน สมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทยมีสมาชิก 135 บริษัท ซึ่ง 70%เป็นลูกหนี้ธนาคารเอกชน ส่วน 30% เป็นลูกหนี้ธนาคารรัฐ เช่น กรุงไทยเป็นต้น และในอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูป มีโรงงานแปรรูปไม้ในประเทศไทยทั้งสิ้น 1,208โรงงาน ตั้งอยู่ในภาคใต้ 80% ภาคตะวันออก 15%อีสาน 4% และภาคอื่นๆ 1%