นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อม เขต2 จ.กำแพงเพชร ว่าขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจ พร้อมขอบคุณนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง เขต2 จ.กำแพงเพชร และนายวราเทพ รัตนากรณ์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่ทุ่มเท ทำให้พรรคชนะการเลือกตั้ง
ส่วนการเตรียมความพร้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคได้เตรียมความพร้อมมีการดำเนินการต่างๆ ทั้งการจัดสัมมนา และการแบ่งหน้าที่ ด้านต่างๆว่าจะให้ใครรับผิดชอบอย่างไร คิดว่าพรรคมีความพร้อมเดินหน้าสู่กระบวนการของรัฐสภาต่อไป
เมื่อถามถามว่าเมื่อมีความพร้อมขนาดนี้ก็มั่นใจว่าจะอภิปรายได้ใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้ เพราะคงต้องดูเนื้อหา แต่ทางพรรคได้เตรียมการในสิ่งที่คิดว่าฝ่ายค้านจะมาซักถามในประเด็นต่างๆ ซึ่งเราได้เตรียมทั้งข้อมูล เอกสารหลักฐานไว้ชี้แจงแล้ว
เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวอภิปรายนอกสภาของคณะอนาคตใหม่ จะกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ซึ่งต้องระมัดระวัง การพูดถึงหรือให้ข้อมูลต่างๆ เพราะไม่มีเอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส. คุ้มครองแล้ว ส่วนการไม่มีพรรคอนาคตใหม่อยู่ในการเมืองจะทำให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่าคงไม่เกี่ยวกัน เพราะรัฐบาลก็ทำหน้าที่ต่อไป ส่วนเรื่องคดีเป็นการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ตนคิดว่าเรื่องการยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น จะเป็นผลดีหรือผลร้ายก็ยังตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องกลไกที่เกิดขึ้น และไม่ทราบว่าคณะอนาคตใหม่จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามต่อไป
เมื่อถามถึงการเปิดเผยข้อมูลในคดี 1MDB ที่อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่มาเปิดเผย นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็เพิ่งทราบจากข่าว ต้องไปดูรายละเอียดตามข้อเท็จจริงที่จะต้องพิสูจน์กันต่อไป
ส่วนที่มีการวิพากวิจารณ์การปรับครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี จะพิจารณา ก็เป็นกระแสข่าวทุกครั้ง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามถึงการส่งสัญญาณของอดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ย้ายมาฝั่งรัฐบาลหรือพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ทราบ เห็นเพียงแต่กระแสข่าว ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับใครและก็ยังไม่มีใครติดต่อมา แต่หากมีติดต่อมาก็ต้องมาหารือกันในพรรคก่อน