จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ. - 5 มี.ค.56 นายธาริต จำเลยที่ 1 ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กล่าวหาโจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง จากประมูลรายภาครวมเป็นรายเดียว ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธคดี
โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.61 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-5 เนื่องจากนายธาริต จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ย่อมมีอำนาจแถลงข่าวการตั้งข้อสงสัยเเละเชิงตรวจสอบแก่สื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ เเละเป็นการให้ข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ส่วนจำเลยที่ 2-5 เป็นสื่อมวลชน ก็ได้เสนอข้อเท็จจริงตามที่ นายธาริต จำเลยที่ 1 เเถลงข่าวจึงเป็นการกระทำโดยสุจริต ติชมเพื่อความเป็นธรรม ตามที่วิสัยวิญญูชนพึงกระทำ ต่อมา "นายสุเทพ" ยื่นอุทธรณ์
ขณะที่วันนี้ "นายธาริต" อธ.ดีเอสไอ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2-5 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ก็เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายโจทก์ ไม่ได้เดินทางมาศาล
สำหรับคดี "ศาลอุทธรณ์" ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว ที่โจทก์นำสืบและอุทธรณ์ทำนองว่า"นายธาริต"จำเลยที่ 1 แถลงและรีบให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมีจำเลยที่ 2 , 4 อยู่ด้วยว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนมติ ครม.เกี่ยวกับการประมูลจัดจ้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมาตรา 157 และกฎหมายอื่น โดยจำเลยที่ 2 ,4 นำข้อความแถลงหรือให้สัมภาษณ์ไปลงพิมพใน นสพ.มติชนรายวันและข่าวสดรายวัน