พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีกองทัพบก เปิดสายตรง ผบ.ทบ. ว่า เมื่อวานนี้ เวลา 09:09 น. ได้เปิดสายตรงฯ อย่างเป็นทางการแล้ว หรือเรียกว่าคอลเซ็นเตอร์ เบอร์โทร 02-0187330 ซึ่งจะเปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กำลังพลที่มีปัญหาได้รับการแก้ไขจนเป็นที่พอใจ ทั้งนี้ ปกติแล้วกองทัพบก ก็เปิดให้กำลังพลที่เดือดร้อนได้ร้องทุกข์ ร้องเรียน ตามสายการบังคับบัญชา แต่หากผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบ.ร้อย ไม่สามารถแก้ปัญหาเป็นที่ถูกใจ ก็สามารถร้องเรียนไปยังผู้บังคับกองพัน หรือต่อไปเป็นทอดๆ ตามลำดับจนถึง ผบ.ทบ. ได้ โดยยื่นหนังสือถึงสำนักงานเลขานุการกองทัพบก แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน สังคมรู้สึกว่ากำลังพลไม่ได้รับความเป็นธรรม ผบ.ทบ.จึงได้เปิดสายตรง โดยให้เอกชนที่มีประสบการณ์เข้ามาดำเนินการ ซึ่งเรื่องที่รับไว้ทั้งหมด จะเป็นความลับ และถูกส่งตรงไปถึง ผบ.ทบ. โดยตนก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน
รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวต่อว่า ซึ่งเมื่อคืนนี้ ตนได้ลองทดสอบโทรไป ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่มีคุณภาพไว้วางใจได้ เพราะภาคเอกชนมีความเชี่ยวชาญในการประมวลข้อมูล เรียงลำดับความสำคัญ พร้อมให้ความมั่นใจด้วยว่า ผบ.ทบ. มีดุลพินิจในการรับฟังว่าเรื่องใดจริงหรือเท็จ หรือกลั่นแกล้งกัน หากพิจารณาแล้วว่าจริง ผบ.ทบ. ก็จะโทรไปยังหน่วยนั้น และให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่ก็ยอมรับว่า เมื่อเรื่องร้องเรียนย้อนกลับไปที่หน่วยนั้น คู่กรณีย่อมทราบว่าใครเป็นคนร้อง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีความละเอียดอ่อนมาก ผู้บังคับบัญชาก็จะพิจารณาในเรื่องของความปลอดภัยให้ด้วย เช่นการย้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกจากหน่วย ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกองทัพบกพล.อ.ณัฐพล ยังบอกด้วยว่า ผบ.ทบ. ให้ตนลงพื้นที่ไปทำความเขาใจกับกำลังพลทุกระดับ
รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวต่อไปว่า โดยวานนี้เริ่มในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จ.บุรีรัมย์ ก็ได้ชี้แจงนโยบาย ผบ.ทบ. ให้ ระดับผู้บังคับบัญชาไปจนถึงผู้บังคับกองพันได้ทราบ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของกำลังพลหรือบุคลากร ซึ่งผู้บังคับหน่วยต้องเอาใจใส่ทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช้ระบบเจ้าคุณมูลนาย เพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีโอกาสเข้าถึงนายได้มากขึ้น แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ จึงเพิ่มช่องทางคอลเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า หากเป็นเรื่องการรบ การปฏิบัติภารกิจ ก็ยังจำเป็นต้องมีระบบที่เด็ดขาด แต่เชื่อมั่นว่าการร้องเรียนทั้ง 2 ระบบ จะทำให้กำลังพล มีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นการตรวจสอบกันเองของกองทัพบก เพื่อป้องกันการลูบหน้าปะจมูก จะประสาน ป.ป.ท. และ ปปช. มาร่วมตรวจสอบด้วยหรือไม่
"ทุกเรื่องขึ้นอยู่กับทัศนคติ แต่ขอให้มั่นใจใน ผบ.ทบ. ที่มีเจตนาดี ที่จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด แต่ถ้าเรื่องใดเกินอำนาจไป ก็จะส่งต่อไปยัง ป.ป.ท. และ ป.ป.ช." พลเอก ณัฐพล กล่าว
พล.อ.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวไม่ได้หวังผลเรื่องระบบคอลเซ็นเตอร์ แต่หวังผลในการเดินสายพบผู้บังคับหน่วยมากกว่า เพื่อให้มีการปรับระบบภายในตัวเอง เปิดกว้างขึ้น โดยเฉพาะขอให้มีช่องทางในการร้องเรียนถึงผู้บังคับบัญชาได้ ซึ่งอนาคตถ้า บังคับบัญชาเปิดกว้าง ระบบคอลเซนเตอร์ก็อาจยกเลิกไปได้ แต่ตอนนี้จะยังทำไปเรื่อยๆก่อน แต่สิ่งสำคัญผู้บังบัญชาต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง จัดคณะให้เล็กลง ไปอย่างเรียบง่าย เช่น การทานอาหารร่วมกับกำลังพล พักบ้านพักทหาร ตกเย็นพบปะครอบครัวกำลังพล เล่นกีฬาร่วมกัน เพราะเป็นยุคของคนรุ่นใหม่แต่ยังคงความเด็ดขาดในเรื่องของการรบ ที่ผ่านมาเรารับฟังทุกคำติ ทั้งเรื่องศักดินา ความเหลื่อมล้ำ เป็นการผสมผสานปรับตัวตามกระเเสสังคม แต่ยังคงความเป็นทหารอยู่ จึงขอให้สื่อมั่นใจ เพราะอะไรที่เริ่มต้นตั้งแต่เบอร์ 1 ไม่ใช่ปาหี่ แต่เป็นเรื่องจริงจัง ซึ่งตนในฐานะแม่บ้าน ทบ. ก็มีความตั้งใจจริงด้วย