"โครงการปลูกป่าที่อาจจะละเลยความรู้พื้นฐานทางนิเวศวิทยา ใช้แต่การจัดการป่าไม้ และเทคโนโลยีปลูกป่า ต้นสนจึงโตงดงามแต่สูบน้ำไปด้วย ทำให้ในดินมีไนโตรเจนเพิ่มมากขึ้น ผลจากความรักธรรมชาติแต่อาจจะขาดความสนใจระบบนิเวศ" อ.ศศิน ระบุ
ล่าสุดแม้ไฟป่าบริเวณยอดภู จะดับลงไปแล้ว เหลือแต่เพียงกลุ่มควันที่ยังลอยคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไฟที่ยังติดอยู่ด้านล่าง ขึ้นมาซ้ำเติม
นี่ก็คือร่องรอยการทำแนวกันไฟของเจ้าหน้าที่ เดินจากตรงนี้มาสู่จุดนี้ ก็จะได้เห็นทางเดินเท้าเดิมซึ่งถูกใช้ประโยชน์เป็นแนวกันไฟแต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันไฟป่าที่ลูกหัวมาจากพื้นที่ด้านล่างได้
อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาดูในระยะสั้นว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมไฟป่าภูกระดึงที่ยังคงโหมลุกไหม้อยู่ด้านล่างได้หรือไม่ ส่วนระยะยาวคงต้องดูว่าโครงการฟื้นฟูป่าที่ผิดหลักนิเวศวิทยา เช่นการปลูกป่าสน ในอ่างทราย จะได้รับการแก้ไขหลังเกิดไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ครั้งนี้หรือไม่
#วชิรวิทย์รายวัน