ส่วนผู้ป่วย 2 รายที่มีอาการหนัก โดยทั่วไปอาการยังดีอยู่ ยังคงใช้เครื่องช่วยหยุงการทำงานของปอดและหัวใจ (เอคโม) และเครื่องช่วยหายใจ
สำหรับการติดตามสถานการณ์ประเทศต่างๆ ทั่วโลก พบว่าประเทศที่มีผู้ป่วยมากกว่าเรา คือ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่มีการประกาศว่ามีผู้ป่วยที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเกี่ยวกับคนจีนหรือไม่ แสดงว่าอยู่ในการแพร่ระบาดระยะที่ 3 คือระบาดภายในประเทศ ดังนั้น จะมีการตั้งด่านคัดกรองผู้เดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้ด้วย
หากเดินทางมาแล้วมีไข้ จะถือเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค และจับเข้าห้องแยกโรคทันทีเพื่อรับการรักษาและตรวจวินิจฉัย หากไม่มีไข้ก็จะเช็กประวัติ ตรวจสอบที่อยู่ และติดตามเป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการไข้ ทางเดินหายใจภายใน 14 วัน ให้รีบมาตรวจวินิจฉัยทันที
"วันนี้มีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้บริหาร สธ.ทั่วประเทศ ทำความเข้าใจโดยเฉพาะเขตสุขภาพที่มีความเสี่ยง คือ มีสนามบิน และท่าเทียบเรือ ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการวินิจฉัยโรค จากเดิมที่เราคัดกรองผู้ป่วยที่มาจากจีน รวมทั้งจีนฮ่องกง ไต้หวัน มาเก๊า ตอนนี้ก็จะดูเพิ่มอีก 2 ประเทศ คือสิงคโปร์และญี่ปุ่นโดยให้ทำแผนปฏิบัติการถึงระดับตำบล หมู่บ้าน อำเภอ ใครมีประวัติไปต่างประเทศในพื้นที่เสี่ยงช่วงนี้ หากมีอาการผิดปกติให้รีบมาตรวจ และขยายในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ใน รพ.ที่มีการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ไม่ว่าบุคลากรใน รพ.จะมีหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยหรือไม่ก็ตามหากมีอาการหวัดก็ต้องนำมาตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ต้น ซึ่งหากเข้าเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ การมาตรวจวินิจฉัยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย" นพ.สุขุมกล่าว และว่าขณะนี้ได้ให้อธิบดีกรมควบคุมโรคและอธิบดีกรมการแพทย์ ซักซ้อมสถานการณ์ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผอ.รพ.ทั่วประเทศ และระดับปฏิบัติการว่าหากมีการระบาดทั่วประเทศจะทำอย่างไร ส่วนเรื่องงบประมาณสนับสนุนการทำงานของบุคลากรควบคุมโรคนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยกำลังพิจารณาตามความจำเป็นทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว