ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณีมหาวิทยาลัย จัดเวที ฬ.จุฬา นิติมิติ เรื่อง"เงินกับพรรคการเมือง : อิสระ VS การตรวจสอบ"
โดยมีวิทยากรร่วมเสวนาด้วยกัยหลายคน อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ / รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรองศาสตราจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการเลือกตั้ง มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง
ทั้งนี้นายสมชัย กล่าวถึงกรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ว่า เงินกู้ ไม่ใช่เงินบริจาค เนื่องจากการบริจาค คือการให้เงินหรือทรัพย์สินแก่พรรคการเมืองนอกจากค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง และให้หมายความรวมถึงการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ตามที่คณะกรรมการกำหนดด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่11 ธันวาคม 62 กกต.มีมติให้มีการดำเนินคดีในมาตรา 66 นั่นแปลว่า กกต.อาจเชื่อว่า เงินกู้ เป็นเงินบริจาค และเมื่อให้เงินกู้ถึง191ล้านบาท หมายความว่าเป็นการบริจาเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือเกิน 10 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นความผิดที่ต้องดำเนินคดีอาญาและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
อีกทั้ง พรป.พรรคการเมืองเดิม 2550 เงินกู้อยู่ในรายการรายได้อื่น แต่เมื่อมีพรป.พรรคการเมืองใหม่ 2560 ไม่มีรานการ รายได้อื่น ในหมวดรายได้ ดังนั้น เงินกู้ คือรายได้ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนกรณีกกต.มีมติให้มีการดำเนินคดีในมาตรา 62 และ 72 นั่นแปลว่า กกต.อาจเชื่อว่า เงินกู้ เป็นเงินรายได้ และเมื่อเป็นรายได้ที่ไม่มีการระบุในมาตรา 62 ถือเป็นความผิดที่ต้องดำเนินคดีอาญาและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหการพรรค
โดยในตอนท้ายนายสมชัย ได้ทำการสรุปเพื่อให้ความกระจ่างแก่ผู้เข้าร่วมการเสวนาว่า เงินกู้คือเงินกู้ เป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้ ไม่ใช่เงินบริจาค ไม่ใช่ประโยชน์อื่นใด และยังเป็นรายการที่พรรคการเมืองจำนวนมาก ต้องใช้เป็นแหล่งของเงินทุนในการหาเสียงเลือกตั้ง ตราบใดที่ไม่สามารถระดมทุนด้วยวิธีการอื่น ให้ทันกับสถานการณ์การเลือกตั้ง