เนชั่นทีวี

ข่าว

กรุงศรีฯ ห่วง 'โคโรนา' ฉุด GDP ต่ำกว่า 2.5%

13 ก.พ. 2563 | rattana

กรุงศรีฯ ห่วง 'โคโรนา' ฉุด GDP ต่ำกว่า 2.5%

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ห่วงผลกระทบไวรัสโคโรนา กระทบเศรษฐกิจ เตรียมทบทวนเป้าจีดีพีปี 63 ใหม่อาจโตต่ำกว่าคาด 2.5%เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุ ธนาคารมีความกังวลจากผลกระทบของการระบาดของไวรัสโคโรนาที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยจะพิจารณาทบทวนปรับลดตัวเลข GDP ปี 63 ลงต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.5% ส่วนเป้าหมายสินเชื่อรวมวางเป้าเติบโต 5-7% จากปี 62 โต 8.7% ขณะที่การเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ในช่วง -3% ถึง 3% และอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2.5% เทียบกับปีที่แล้วซึ่งมีเอ็นพีแอลที่ระดับ 1.98%

ปี 2562 ธนาคารมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต 31.9% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินธุรกิจปกติอยู่ที่ 45.1% ขณะที่สัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ (CASA) อยู่ที่ 40.7% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 163.8% พอร์ตสินเชื่อปี 2562 อยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท
ส่วนการที่ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลง 0.25% ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดลงเหลือ 1% ต่อปี ในปัจจุบันนั้น แม้ธนาคารจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่น เนื่องจากธนาคารมีการกระจายพอร์ตสินเชื่ออย่างสมดุล โดยมีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อรายย่อย 49% และสินเชื่อธุรกิจ 51%
ด้านภาคการส่งออกมองว่าเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การฟื้นตัวของภาคการส่งออกอยู่ในวงจำกัด ด้านการลงทุนภาคเอกชน กำลังการผลิตส่วนเกินที่มีอยู่มาก ส่งผลต่อแนวโน้มการลงทุนของธุรกิจในระยะต่อไป ส่วนการบริโภคภาคเอกชน รายได้จากภาคการเกษตรที่ลดลงและแนวโน้มการจ้างงานที่ลดลงส่งผลต่อกำลังซื้อ ขณะที่ความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ล่าช้าส่งผลต่อการใช้จ่ายภาครัฐ พร้อมยอมรับว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว
สำหรับปี 2563 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน กรุงศรียังเดินหน้าสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในประเทศไทย ด้วยแผนเชิงยุทธศาสตร์ 3 ด้านที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วย 1) การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า 2) การใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนองค์กร และ 3) การมุ่งเน้นกลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตร มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงธุรกิจการเงินในยุคดิจิทัลผ่านการพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ การใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนกระบวนการทำงาน และการยกระดับบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับการริเริ่มโครงการที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผู้ใช้รถ ผู้ซื้อบ้าน และผู้ประกอบการ SME

ข่าวล่าสุด