นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุ ตั้งแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ที่กำหนดให้การส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไปต้องขออนุญาตจากกรมฯก่อน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.2563 พบว่า จนถึงวันที่11 ก.พ.2563 มีผู้มาขออนุญาตเพื่อส่งออกหน้ากากอนามัยรวม 40 รายจำนวนที่ขออนุญาตส่งออกประมาณ 18.5 ล้านชิ้น ส่วนวันที่ 12 ก.พ. 2563 ยังไม่ได้สรุปตัวเลข แต่เชื่อว่าน่าจะมีผู้มาขออนุญาตส่งออกเพิ่มขึ้นอีก โดยกรมฯยังไม่ได้อนุญาตให้รายใดทำการส่งออก เพราะต้องการบริหารจัดการให้ในประเทศมีสินค้าเพียงพอใช้ก่อน
ทั้งนี้กรมฯ ยังได้เร่งประสานผู้ผลิต เพื่อให้จัดส่งหน้ากากอนามัยมาให้กรมฯในฐานะเป็นศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัยเพื่อที่จะนำไปกระจายให้กับหน่วยงานและผู้ที่จำเป็นต้องใช้ และนำไปจำหน่ายให้กับประชาชนที่มีความต้องการใช้ก่อนโดยตั้งเป้าขอให้ผู้ผลิตจัดส่งให้วันละ 6 แสนชิ้นและจะกระจายต่อให้กับองค์การเภสัชกรรมวันละ 2 แสนชิ้น การบินไทยวันละ 1.8หมื่นชิ้น สมาคมร้านขายยาวันละ 2.5 หมื่นชิ้น และกระทรวงพาณิชย์ขายเองวันละ 2แสนชิ้น ทั้งเปิดจำหน่ายที่กระทรวงฯ และส่งไปขายในร้านธงฟ้าที่อยู่ในจังหวัดต่างๆซึ่งขณะนี้ได้จัดส่งไปแล้ว และจะจัดส่งต่อเนื่อง
นอกจากนี้จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังได้เรียกประชุมวอร์รูมหน้ากากอนามัย ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนโดยได้กำชับให้ประสานผู้ผลิต เพื่อผลิตสินค้าให้มีเพียงพอต่อความต้องการโดยตัวเลขล่าสุด โรงงานที่มีอยู่ในไทยน่าจะผลิตได้เดือนละ 35 ล้านชิ้นและขอให้เคลียร์กับผู้ส่งออกว่าจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกในช่วงนี้เพื่อให้สินค้าในประเทศมีเพียงพอ เพราะประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ก็ห้ามการส่งออกเพื่อให้คนในประเทศตัวเองมีสินค้าใช้อย่างเพียงพอก่อน
รวมทั้ง ยังได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆทำการสำรวจแหล่งวัตถุดิบผลิตหน้ากากอนามัยว่ามีอยู่ที่ไหนบ้างและให้รายงานผลเข้ามาโดยด่วนเพื่อที่จะได้ประสานให้ผู้ผลิตทำการสั่งซื้อและนำมาใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยต่อไปเพราะแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสำคัญอย่างจีน เริ่มจำกัดการส่งออก เนื่องจากในจีนเองก็มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น
สำหรับการจับกุมผู้กระทำความผิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาสูงเกินจริงล่าสุดกรมฯ ได้ทำการจับกุมแล้วรวม 19 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 14 ราย และต่างจังหวัด 5ราย ที่ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนครปฐมและกำลังตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยแพงเกินจริงที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องหลังจากได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภค
ซึ่งกรมฯอยากจะขอเตือนไปยังผู้บริโภคให้เพิ่มความระมัดระวังในการซื้อสินค้าเพราะอาจจะถูกหลอกลวงได้ เพราะบางรายโพสต์ขายสินค้า และให้โอนเงินก่อนแต่ไม่มีสินค้าขายจริง