เหตุการณ์กราดยิงที่โคราช มีหลายช่องส่งผู้สื่อข่าวไลฟ์สด คนร้ายก็ดูสื่อหลัก ทำให้รู้ทันเกมเจ้าหน้าที่?
"อันนี้เรื่องจริง เวลานี้มีสื่อจำนวนมาก ยึดหลักต้องเร็วและต้องลึก คำว่าเร็วทำให้เขาอยากได้ข่าวก่อนใคร เพราะแข่งขันกันเรื่องเรตติ้ง เร็วอย่างเดียวไม่พอ ต้องซอกแซกให้ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ และช่องเหล่านั้นรายงานแบบลึกมาก ตัวประกันอยู่ไหน ตร.จะทำอะไร เขาก็รู้หมด มันถึง 17 ชม. จัดการยาก"
สื่อทำถูกต้องหรือเปล่า?
"ไม่ถูก ในภาวะวิกฤต จริงๆ ต้องมีสองคณะ คณะหนึ่งดูแลเรื่องปฏิบัติการ ตรงนี้เรามีท่านจักรทิพย์ไปดูแล และต้องมีอีกคณะดูแลจัดการควบคุมสื่อ จำได้มั้ย ตอนหมูป่า ทีแรกก็วุ่นวายไปหมด แต่ทีหลังเขาจัดการหมด แต่รอบนี้ไม่มีคนดูแลตรงนี้ สื่อเลยไปโน่นมานี่ และพยายามรายงานให้เร็วและลึก มันก็เลยทำให้ล้ำเส้นไป โดยขาดความรับผิดชอบ"
มีรายการข่าวรายการหนึ่ง มีการส่งผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ไลฟ์สดกลับมา มีการรายงานว่าคนร้ายออกจากห้างแล้ว ถ้าหากคนร้ายมายิงผู้บริสุทธิ์ มองยังไง?
"มองว่าชั่วสองเท่า เอาเป็นว่าไร้ความรับผิดชอบสองเท่า หนึ่งไม่ควรรายงานอะไรที่ละเอียดขนาดนั้น สองการที่คุณให้ข่าวเท็จ อันนั้นเป็นการไร้ความรับผิดชอบ การที่คุณพูดแบบนั้นเป็นไปได้มั้ยที่จะทำให้คนวิ่งกรูกันออกมา แล้วถ้าคนร้ายยังอยู่ เขาใช้วิธียิงกราด ถือว่าเป็นความไร้ความรับผิดชอบสองเท่า"
นักข่าวรายงานว่าอยู่บนหอจะเห็นทุกอย่าง ปรากฎว่าคนร้ายขึ้นไปบนหอ แล้วพอบอกว่ามีกล้องอยู่ตรงไหน คนร้ายก็ยิงให้หมด?
"ก็แน่นอน เขาก็ต้องป้องกันตัวเอง ถ้าเราไปบอกเขาว่าตร.อยู่ตรงไหน ตร.กำลังจะเคลื่อนไปยังไง กล้องอยูตรงไหน จุดไหนอยู่ได้ชัดเจน คนร้ายเขาดูออนไลน์อยู่ ที่คนไปด่าตร. ทำไมช้าจังเลย สู้ไม่ได้เหรอ มันไม่ใช่ แต่สิ่งที่ควรจะทำ การเคลื่อนไหวที่ลับมันไม่ลับไง คนเป็นคนร้ายเขาคงเปิดทีวีบางช่องดู หรือไม่ก็ดูไลฟ์สดของคนบางคน สิ่งที่ควรเป็นความลับของเจ้าหน้าที่มันไม่ลับ ขณะที่ตร.เขาพยายามจะช่วย เขาบอกเลยให้ปิดโทรศัพท์ ไปอยู่ที่ใดที่หนึ่ง อย่าสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก ให้อินบ็อกซ์เข้าไปเพจกองปราบเท่านั้น แต่ปรากฎว่าสื่อมวลชนที่ไม่ได้ร่ำได้เรียนเรื่องนี้ เอาอย่างเดียว ละเอียด ต้องลึก พอรู้มีคนตายไปสืบหาเลย พ่อแม่เขาอยู่ไหนแล้วไปบอกเขาเลย มันไม่ใช่หน้าที่ ต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นคนพูด"
มีสื่อบางช่องต้องการนำเสนอในแง่ประเด็นดราม่า ส่งผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปถามแม่คนร้ายว่ารู้สึกยังไงกับการกระทำของลูก?
"อีกแล้ว สื่อมวลชนนี่เป็นยังไงกับคำว่ารู้สึกยังไง การที่ลูกเราไปฆ่าคนตาย ถ้าเป็นพี่จะย้อนเลย ถ้าลูกเธอไปตีหัวเพื่อนจะรู้สึกยังไง มันไม่ใช่เรื่องต้องถาม เวลานั้นไม่ควรไปยุ่งกับครอบครัวเขา เพราะพอเขารู้ข่าวเขาก็ตกใจ เห็นมั้ยเสียงร้องของแม่เขาโหยหวนมาก เขาเสียใจมากที่ลูกทำแบบนี้ ใครจะมีกะจิตกะใจมาตอบคำถามสื่อมวลชน ไม่ควรค่ะ"
สัญลักษณ์มินิฮาร์ทของนายกฯ เกิดกระแสโจมตีอย่างหนัก ?
"พี่ว่าเรื่องนี้แล้วแต่มุมมอง คนมีทัศนคติเป็นบวกหรือลบกับนายกฯ ถ้าทอมมองบวก ก็จะเอาความหมายตัวนี้บอกว่านายกฯ กำลังทำอะไร เพราะตัวนี้หมายถึงรัก ห่วงใย เอื้ออาทร คนที่มองนายกฯ ในแง่บวก ก็จะมองว่านายกฯ กำลังส่งข่าวสารไปยังผู้คนที่เดือดร้อน ญาติคนสูญเสีย บาดเจ็บว่านายกฯ ห่วงใย มีความอาทรให้เขา แล้วมองได้อีก นายกฯ เราทันสมัย คนในโลกดิจิทัล เขาบอกความรักกันท่านี้ นี่มองในแง่บวก ถ้าคนมองในแง่ลบ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ มาทำอะไรแบบวัยรุ่นได้ยังไง ไม่สมควร มีดาราคนนึงที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนายกฯ ถูกปลดจากรายการหนึ่ง เขาบอกว่าถ้าอยู่เมืองไทยก็ไม่เป็นไร เพราะคนไทยก็เคยชินกับนายกฯ คนนี้ แต่นี่ข่าวออกไปทั่วโลก คนทั่วโลกจะคิดยังไงกับนายกฯ นี่มองแง่ลบ เขาก็มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เวลานี้คนเดือดร้อนจะมายกมินิฮาร์ท ทำไมไม่คิดว่านายกฯ ส่งความรัก เอื้ออาทรให้คนที่กำลังสูญเสีย"
ฝ่ายค้านออกมาโจมตีว่าต้องเตรียมนำรัฐมนตรีมากล่าวขออภัยและยืนไว้อาลัยหลังทำมินิฮาร์ท?
"ทำไมต้องขอโทษ การแสดงว่ารักใคร ห่วงใยใครมันผิดเหรอ เวลานี้เราเจอลูกอีช่างโหน ลูกอีช่างโยง ลูกอีช่างด่า ดีนะแค่ให้ขอโทษ บางรอบจบลงด้วยคำว่าประยุทธ์ต้องลาออก เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ตรงนี้เอ๋ นรินทรเขาก็พูดว่าถ้ามีครูตีกัน ผอ.ต้องลาออกเหรอ มันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องชาติ โอเคความเสียหายมันยิ่งใหญ่ แต่ไม่ได้เป็นการกระทำเกี่ยวกับชาติที่ใหญ่โตขนาดนั้น ที่ต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารประเทศ"
นายกฯ โบกมือยิ้มทักทาย ถือว่าเหมาะสมไหม?
"ตอนนั้นเหตุการณ์สงบแล้ว ท่านก็ลงไปดูในพื้นที่ ไปให้กำลังใจกับผู้คน แล้วจะให้ท่านไปทำอะไร ท่านต้องการให้มั่นใจเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาล มั่นใจการทำของหลายๆ ฝ่ายว่าพยายามกอบกู้สถานการณ์คืนมาให้ได้ นี่คือสิ่งที่นายกฯ ต้องการแสดงออก แต่เอาเถอะ ถ้าคนเราจะแซะ โยง ด่า โหน มันทำได้ทั้งนั้น ถ้าเราไปให้ความสำคัญตรงนี้เขาจะยิ่งได้ใจ ถึงบอกว่าบางเรื่องอย่าไปให้ราคา"