เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้ส่งออกชี้ข้าวไทย 'แข่งยาก' เหตุราคาสูงกว่าคู่แข่ง

11 ก.พ. 2563 | rattana

ผู้ส่งออกชี้ข้าวไทย 'แข่งยาก' เหตุราคาสูงกว่าคู่แข่ง

ผู้ส่งออกข้าวชี้ภัยแล้งฉุดผลผลิตข้าวลดลง คาดส่งออกไม่เกิน 7.5 ล้านตัน เหตุราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวของไทยในปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณ 7-7.5 ล้านตัน ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลให้ปริมาณข้าวลดลง และราคาในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ปัจจุบันข้าว 5 % อยู่ที่ ตันละ 8,500 บาทต่อตันข้าวเปลือก

เมื่อพิจารณาแนวโน้มราคาข้าวในตลาดโลก พบว่าปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เพราะประเทศผู้ผลิตอื่นไม่มีสภาพแห้งแล้ง เช่น เวียดนาม ที่มีแหล่งน้ำอยู่ปากแม่น้ำโขง อินเดีย ที่มีพื้นที่ทำนาจำนวนมาก มีผลผลิตข้าวเกินความต้องการในประเทศต้องส่งออกทุกปี รวมทั้งจีนที่ผลผลิตข้าวต่อไร่สูงกว่า กว่า 2 ตันต่อไร่ ทำให้มีส่วนเกินเก็บสต็อกสะสมมากถึง 110 ล้านตัน และมีแผนระบายออกสู่ตลาด ประกอบกับราคาของไทยที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเวียดนามที่ข้าว 5 % ขณะนี้อยู่ที่ 6,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก ต่ำกว่าข้าวไทยกว่า 2,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือก
ส่วนราคาส่งออกข้าวไทยสูงกว่าเวียดนามถึงตันละ 80 ดอลลาร์ จากเดิมควรจะห่างกันเพียง 20-30 ดอลลาร์ต่อตันข้าวสาร เป็นผลให้การแข่งขันข้าวไทยในตลาดโลกยากมากขึ้น จะเห็นได้จากการส่งออกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากที่เคยส่งออกได้กว่า 10 ล้านตัน
นอกจากนี้ความต้องการของตลาดข้าวที่เปลี่ยนไปเป็นข้าวพื้นนิ่มมากขึ้น ในขณะที่ข้าวขาวของไทยเป็นข้าวแข็ง ทำให้สัดส่วนการตลาดของไทยหายไป ทางผู้ส่งออกได้ส่งสัยญาณ ให้รัฐบาลวิจัยพัฒนาข้าวพื้นนิ่มให้มากขึ้น แต่ล่าช้ามาก ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางแอบปลูกข้าวหอม ซึ่งเป็นข้าวพื้นนิ่มของเพื่อนบ้านที่ผลผลิตต่อไร่สูง ซึ่งเรื่องนี้กรมการข้าวต้องแก้ไขโดยด่วน หาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมโดยเร็ว
ผลผลิตต่อไร่ข้าวของไทยควรมองไปที่ 1 ตันครึ่ง ขึ้นไป เพื่อให้ต้นทุนเกษตรกรปรับลดลง ในขณะที่ราคาข้าวไทยจะอยู่ในอัตราที่ให้เคียงกับคู่แข่ง ซึ่งจากพันธุ์ข้าวของไทยมีหลากหลายมาก สามาหยิบมาพัฒนาได้ ในสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ แต่ต้องทำอย่างเร่งด่วนเพราะคู่แข่งการส่งออกข้าวใหม่ๆเริ่มมีมากขึ้น ทั้ง กัมพูชา เมียนมา
ส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าว เนื่องจากข้าวเป็นอาหารที่จำเป็น แต่ลักษณะการบริโภคจะเปลี่ยนไป จะซื้อเพื่อสต็อกบริโภคในครัวเรือนมากขึ้น จากเดิมที่มีการบริโภคในร้านอาหารมากกว่า ซึ่งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าข้าวในซุปเปอร์มาเกตที่ฮ่องกง และมาเก๊า ถูกกว้านซื้อจนหมด คาดว่าสถานการณ์นี้ยังจะเกิดขึ้นหากปัญหาโคโรนายังยืดเยื้อ

ข่าวล่าสุด