ก่อนตอบคำว่าถามสื่อมวลชน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) บอกว่า การแถลงข่าววันนี้ได้รับคำแนะนำจากลูกสาว ขอไม่ให้ใช้อารมณ์ ไม่พูดจาหยาบคาย ยืนยันว่าอารมณ์คำพูดที่ถ่ายทอดออกมาเกิดจากความโศกเศร้า ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ สื่อเองก็ได้รับบทเรียนจากการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ขอเข้าก้าวล่วง
ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางกองทัพจะรับผิดชอบอย่างไร / ผบ.ทบ. ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณี เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นเรื่องบาดหมาง และเป็นการก่ออาชญากรรม หากจะให้รับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ทางกองทัพก็จะรับผิดชอบตามมาตรฐาน โดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ แม้จะเป็นชั้นผู้น้อย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และจะพระราชทานเพลิงศพให้ ส่วนกองทัพจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งทหารและประชาชนอย่างดีที่สุด
ถามต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่นั้น ผบ.ทบ. กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า แม้ทุกคนจะเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เรียนในโรงเรียนทหารด้วยกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับการปลูกฝังมาตลอด ตนพูดอยู่เสมอว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับควรมีหน้าที่อย่างไร ไม่ใช่แต่จะไปบังคับบัญชาคนอื่น แต่จะต้องบังคับตนเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์ในค่ายทหาร ซึ่งตนพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบก จนถึงวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่ง เพื่อปราบขบวนการ โดยเฉพาะหน่วยที่ร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้า อย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมาก แต่มีข้อมูลหมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ ชั้นยศตั้งแต่นายพล ยัน พันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอน เพราะตนเติบโตมากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกฯ แล้ว ว่าตนจำเป็นจะต้องจัดการ เช่น การกำหนดมาตรการการจัดซื้ออาวุธของนายทหาร เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธส่วนตัวที่ครอบครองถึง 5 ชนิด และซื้อมาจากโครงการสวัสดิการในหน่วยงานอื่น ทั้งที่ความเป็นจริง ทหารไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธส่วนตัว เพราะมีอาวุธของหน่วยงานอยู่แล้ว