กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหา ของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและสุขภาพของคนไทยจำนวนมาก โดยดำเนินโครงการคืนคนสุขภาพดีสู่สังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเทิดพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ที่ทรงได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNAIDS Goodwill Ambassador) ระหว่าง พ.ศ.2561-2563 ดำเนินการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบซี เอชไอวี และซิฟิลิส ผู้ต้องขังใน 40 เรือนจำ คาดประมาณผู้ต้องขังที่ได้รับการคัดกรอง 36,000 ราย นอกจากนั้น ยังร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในการตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบซีในประชาชนทั่วไป 12,500 คน ในพื้นที่ อปท. 40 แห่ง และจะขยายครอบคลุมไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนดำเนินกิจกรรมคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แก่พนักงานคัดแยกขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ 38,500 คน เพื่อส่งต่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้อย่างครอบคลุม นอกจากนั้น กรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ดำเนินโครงการวิจัยท้าทายไทย "คนไทยไม่เป็นไวรัสตับอักเสบ" ปี 2563-2564 ในกลุ่มเสี่ยงสูง 8 กลุ่มทั่วประเทศ ได้แก่ 1)ผู้ต้องขังหรือผู้เคยมีประวัติต้องขัง 2)ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย 3)พนักงานบริการทางเพศ 4)ผู้ที่เคยได้รับเลือดและ/หรือรับบริจาคอวัยวะก่อนปี 2535 5)ผู้ที่เคยสักผิวหนัง เจาะผิวหนังหรืออวัยวะต่างๆ ในสถานประกอบการที่ไม่ใช่สถานพยาบาล 6)ผู้ที่มีภาวะไตวายเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการฟอกไตเป็นประจำ 7)ผู้ที่เคยรับการรักษาจากผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และ 8)ผู้ที่มีค่าเอนไซม์ของตับผิดปกติ ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ร่วมกับสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ดำเนินการปรับแนวทางการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี จากการใช้ยาฉีดเป็นการกินยาต้านไวรัสที่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ และช่วยลดงบประมาณของประเทศในการตรวจยืนยัน