เนชั่นทีวี

ข่าว

ฉบับเต็ม มติ! ศาล รธน. พรบ.งบ 63 ไม่โมฆะ ให้โหวตวาระ 2-3 ใหม่

07 ก.พ. 2563 | Ekkapon

ฉบับเต็ม มติ! ศาล รธน. พรบ.งบ 63 ไม่โมฆะ ให้โหวตวาระ 2-3 ใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัย ส.ส. เสียบบัตรแทน ลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ไม่เป็นโมฆะ วินิจฉัยโหวตวาระ 2-3 ใหม่ ก่อนส่งต่อ ส.ว. พิจารณา

ในเวลาประมาณ 15.50 น. เผยแพร่ผลการำจารณาวินิจฉัย กรณีส.ส. เสียบบัตรแทนกันลงมติในวาระที่ 3 พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 โดยมีเนื้อหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวนหลีกภัย ส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวม 2 คำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง ว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ซึ่งผลการลงมติศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคดีนี้ไม่มีประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเ กี่ยวกับข้อความหรือเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แต่อย่างใด ทั้งไม่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา หรือจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใด คงมีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะเรื่องกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่านั้นส่วนบุคคลใดจะต้องรับผิด รับโทษอย่างไรหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการกระทำโดยไม่สุจริต ใช้สิทธิ์ออกเสียงลงมติแทนผู้ที่ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมด้วยนั้น เป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ในอาณัติมอบหมายของผู้ใด แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ทั้งสมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งเสียงในการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 120 วรรค 3 และการออกเสียงลงคะแนนจะทำแทนกันไม่ได้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. 2562 ข้อ 80 วรรค 3 ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 19.30 นถึงวันที่ 11 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นการพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ปรากฏการณ์แสดงตนและลงมติของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ รับเองว่าตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุมตามวันและเวลาดังกล่าว การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแต่ปรากฏว่ามีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนและลงมติแทนย่อมมีผลเป็นการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริตทำให้ผลการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ.2563 ในวันและเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ปัญหาว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ. ศ. 2563 ตกไปทั้งฉบับ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 15-18 / 2556 และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-4 /2557 หรือไม่เห็นว่าประเด็นข้อวินิจฉัยพฤติการณ์แห่งคดีและบท กฎหมายที่เกี่ยวข้องในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวแตกต่างจากประเด็นข้อวินิจฉัยพฤติการณ์แห่งคดีและบทกฎหมายในคดีนี้อย่างมีนัยยะสำคัญกล่าวคือคดีนี้ไม่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับข้อความอันเป็นสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดแต่มีปัญหาที่กระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่านั้น ทั้งข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏชัดว่าการพิจารณาออกเสียงลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ และการพิจารณาของคณะกรรมาธิการก่อนเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราในวาระที่ 2 ได้ดำเนินการไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการถือได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สำเร็จไปโดยสมบูรณ์ก่อนแล้วนอกจากนี้ยังมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติจะต้องได้กฎหมายฉบับนี้ไปช่วยแก้ไขปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินอีกด้วยซึ่งในปัจจุบันมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ. ศ. 2561 มาตรา 74 บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจกำหนดคำบังคับไว้ในคำวินิจฉัยได้ด้วยซึ่งบทกฎหมายดังกล่าวนี้มิได้อยู่ในอดีต

อาศัยอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ. ศ. 2561 มาตรา 74 ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการให้ถูกต้องเฉพาะในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการแต่การพิจารณาลงมติในวาระที่ 1 และขั้นตอนของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการก่อนนำเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาออกเสียงลงมติเรียงตามลำดับมาตราในวาระที่ 2 ซึ่งได้เสร็จสิ้นไปก่อนที่จะมีการกระทำอันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจึงเป็นขั้นตอนที่ชอบและมีผลสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญแล้ว จากนั้นให้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขให้ถูกต้องดังกล่าวให้วุฒิสภา ให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไปพร้อมทั้งให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับ ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย
ส่วนคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 78 คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 นั้นเห็นว่าเหตุแห่งคำร้องดังกล่าวเป็นเหตุเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไปในคดีนี้แล้วกรณีไม่มีเหตุจำเป็นต้องรับคำ พิจารณาวินิจฉัยให้อีกจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ฉบับเต็ม มติ! ศาล รธน. พรบ.งบ 63 ไม่โมฆะ ให้โหวตวาระ 2-3 ใหม่

ฉบับเต็ม มติ! ศาล รธน. พรบ.งบ 63 ไม่โมฆะ ให้โหวตวาระ 2-3 ใหม่

ข่าวล่าสุด