-2-
คุณใหม่ เล่าว่า ตอนแรกที่จะจัดนิทรรศการ ก็คิดว่าจะนำจดหมายของพระองค์ท่านมาวางให้อ่านอย่างเดียว แต่ในฐานะโหลน ก็เลยเขียนจดหมายถึงพระองค์ท่าน เพื่อให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น
"นิทรรศการชั้นแรกของตึก อยากให้คนดูรู้สึกเหมือนเดินทางไปนอร์เวย์ รูปภาพจะออกโทนคูลๆ สีเขียวฟ้า และเทา ไม่ใช่ความลึกลับน่ากลัว แต่อยากให้รู้สึกว่า ธรรมชาติที่ห้อมล้อม ทำให้รู้สึกสงบ และการทำงานกับโบราณสถานต้องระวังไม่ให้เรื่องราวสถานที่หายไป การตามรอยเส้นทางที่พระองค์ท่านเสด็จ เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย เราพยายามจะเชื่อมโยงเรื่องราวสมัยรัชกาลที่ 5 กับตัวเราและคนดูงาน"
การเดินทางไปนอร์เวย์ครั้งนั้น คุณใหม่ บอกว่า วันแรกลำบากนิดหน่อย ตอนขึ้นไปที่แหลมเหนือ ก็หวังว่าจะเห็นทุกอย่าง แต่สุดท้ายไม่ได้เห็นอะไร เพราะสภาพอากาศไม่ดี
"มีคนถามว่า คุณใหม่เสียดายไหมที่อากาศเป็นแบบนี้ เราก็บอกว่า ไม่เสียดาย ถ้าอากาศโปร่งใส อาจไม่ได้รู้สึกแบบนี้ พอมาจัดนิทรรศการ เราใช้เวลาหลายสัปดาห์ปรับโทนสีภาพนิดเดียวให้เข้ากับตึก เพื่อให้คนดูรู้สึกว่า ภาพเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็เอาภาพมาจัดตั้ง อย่างภาพป่ากลางออสโล ถ้าอยู่บริเวณนั้นจะรู้สึกถึงความสงบ นุ่มนวล อ่อนน้อม และนี่คือเหตุผลที่องค์ประกอบตึกเน้นการใช้แสงธรรมชาติ และแนะนำให้มาดูภาพนี้ตอนกลางคืน จะเห็นแสงอีกอารมณ์หนึ่ง"
ส่วน ใจทิพย์ ใจดี ฝ่ายกำกับศิลป์ และออกแบบนิทรรศการ เสริมว่า เราพยายามไม่ยัดเยียดเนื้อหาของงาน อยากให้ตัวงานและ space ส่งเสริมซึ่งกันและกัน พื้นที่ทั้งสามชั้น อาจจะให้โทนอารมณ์ไม่เหมือนกัน แต่เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน
นิทรรศการภาพถ่ายชุดนี้ จึงไม่ได้เน้นภาพเยอะๆ เรียงรายตามฝาผนัง แต่เลือกภาพ แสง สี ให้เข้ากับบรรยากาศตึก โดยไม่เจาะหรือปกปิดพื้นที่ให้ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่เลือกที่จะให้เห็นโครงสร้างตึกและเรื่องราว โดยพื้นที่ชั้นสองของนิทรรศการจะเปิดโล่ง มีฉากบางๆ บังแสง เพื่อให้พื้นที่แสดงงานมีแสงธรรมชาติที่ดูนุ่มนวล ส่วนนี้มีความเป็นคุณใหม่มากที่สุด
คุณใหม่ เล่าว่า ถ้าใครเคยอ่านพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เมื่อครั้นพระองค์เสด็จเมืองกู๊ดวังเงน (Gudvangen) ทรงสนพระราชหฤทัยในประวัติชื่อเมืองนี้ ในจดหมายของเรา เขียนไว้ว่า สิ่งที่ทำให้ทรงสงสัยคือ รอยอดีตที่หลงเหลืออยู่ในรูปแบบของโรงแรมที่ชื่อ วีกกิ้งวัง (Vikingvang) เมืองเดิมก็ชื่อ Vikingvang จากนั้นเปลี่ยนเป็น Gudvangen และคำว่า vangen หมายถึง ลำธารปลายอ่าวฟยอร์ด
"มีคนอธิบายว่า เคยมีคนที่ใช้ชีวิตแบบไวกิ้งอยู่ที่ปลายสุดของอ่าวฟยอร์ด กระทั่งศาสนาคริสต์แผ่ขยายเข้ามาที่นอร์เวย์ ชื่อเมืองจึงถูกเปลี่ยนเป็นกู๊ดวังเงน(Gudvangen)ศาสนาเข้ามาในพื้นที่ทำให้ความหมายชื่อเมืองเปลี่ยน กลายเป็นพระเจ้าสถิตอยู่ที่ปลายอ่าวฟยอร์ด
ถ้าใครตามงานวังน่านิมิต และวังหน้านฤมิต ก็จะรู้ว่า เรามักจะพูดถึงประวัติศาสตร์ที่มีช่วงเวลาที่ซ้อนกัน แต่มีชีวิต ในการตามรอยครั้งนี้ อีเวอร์ มัคคุเทศก์ นำทางที่นั่นบอกว่า พระองค์ท่านไม่ได้ประทับโรงแรมแห่งนี้ แต่ถ่ายรูปหน้าโรงแรม และตอนนี้เป็นโรงแรมร้างไปแล้ว"
(ศุลกสถาน ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์จะบูรณะเป็นโรงแรมใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าปี)
-3-
"อยากให้ทุกคนเห็นว่า งานนิทรรศการนี้เชื่อมโยงกับทั้งหมด ทั้งจดหมายของพระองค์ท่าน และจดหมายของใหม่" ท่านผู้หญิงสิริกิติยา กล่าว เมื่อเดินขึ้นชั้น 3 ห้องนี้จะออกโทนสีอมเขียว โดยออกแบบโต๊ะวางจดหมายให้แตกต่างกัน ถ้าเป็นจดหมายของรัชกาลที่ 5 เป็นโต๊ะไม้ ส่วนจดหมายของคุณใหม่เป็นโต๊ะอะคริลิค ชั้นนี้มีจอโปรเจกเตอร์ภาพถ่ายรัชกาลที่ 5 เมื่อตอนเสด็จเยือนประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเกี่ยวโยงกับภาพถ่ายของคุณใหม่
"นิทรรศการของเรา จะไม่ปกปิดร่องรอยในตึก เปิดให้เห็นช่วงเวลาของรัชกาลที่ 5 และหลังจากนั้นตำรวจน้ำมาพัก อยากให้คนเห็นทั้งหมด เพราะประวัติศาสตร์ประกอบด้วยเรื่องราวหลายๆ มุมมอง บนฝาผนังตึกก็มีคำต่างๆ ที่คนยุคนี้เขียนไว้ตอนเครียดๆ ก็เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง
เมื่อภาพและจดหมายทำหน้าที่แล้ว ก็กระตุ้นให้คนดูกลับไปหาข้อมูลเอง อยากให้คนดูเข้ามาแล้วรู้สึกอบอุ่นและเข้าใจ เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว เราพูดเสมอว่า นี่ไม่ใช่นิทรรศการภาพถ่าย แต่เป็นการเล่าประสบการณ์การเดินทาง จึงพยายามคิดเรื่ององค์ประกอบสีและแสงธรรมชาติ เพราะอยากให้คนรู้สึกในเชิงลึก" คุณใหม่ เล่า และบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่คนดูจะได้เห็นโครงสร้างตึกก่อนบูรณะเป็นโรงแรม แต่เวลาการเข้าชมค่อนข้างจำกัด
เมื่อถามว่า ประทับใจส่วนไหนของการเดินทางไปนอร์เวย์มากที่สุด คุณใหม่บอกว่า จำได้ว่า ตอนเดินไปที่ถนนสายหนึ่ง ท้องฟ้ามืดครึ้ม อากาศไม่ดีเลย
"ตอนนั้นผมปัดไปปัดมา ทำให้รู้สึกว่า ตัวเราเล็กนิดเดียว ธรรมชาติยิ่งใหญ่มาก"
....................
นิทรรศการภาพถ่าย Hundred Years Between จัดแสดงในงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (BKKDW 2020) ตั้งแต่วันนี้ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00 - 21.00 น.ณ ศุลกสถาน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซอยเจริญกรุง 36 (ชมได้รอบละ 20 คน เนื่องจากเป็นอาคารเก่า) ผู้สนใจต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านออนไลน์ที่ www.zipeventapp.c่om/e/Hundred-Years-Between
ที่มา : จุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ