คุมเข้มใช้น้ำ17เขื่อนใหญ่ น้ำต้นุทนน้อยต่ำกว่า30%
06 ก.พ. 2563 | tanpisit_ler

กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสูบน้ำช่วยเหลือเกษตรกร ป้อนผลิตน้ำประปาทุกพื้นที่ คุมเข้มใช้น้ำ 17 เขื่อนใหญ่ น้ำต้นุทนน้อยต่ำกว่า30% วอนประชาชน ช่วยกันประหยัดน้ำ
ข่าว
06 ก.พ. 2563 | tanpisit_ler

กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสูบน้ำช่วยเหลือเกษตรกร ป้อนผลิตน้ำประปาทุกพื้นที่ คุมเข้มใช้น้ำ 17 เขื่อนใหญ่ น้ำต้นุทนน้อยต่ำกว่า30% วอนประชาชน ช่วยกันประหยัดน้ำ
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 63 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานยังคงติดตามเฝ้าระวัง พื้นที่ประสบภัยแล้งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลงพื้นที่ช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ที่จังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการสูบน้ำ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง ที่ท่าสูบน้ำไซฟ่อนแม่สาย ลำห้วยแม่สาย เขตพื้นที่ตำบลบ้านเหล่า และตำบลบ้านกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2562/63 พืชไร่จำนวน 2,500 ไร่ ซึ่งหลังลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการสูบน้ำจากลำห้วยแม่สายเข้าคลอง LMC. ให้สามารถสูบน้ำด้วยเครื่องพญานาค จำนวน 5-6 จุดที่เกษตรกรนำมาติดตั้งพร้อมสูบเข้าพื้นที่การเกษตร ข้างคลอง LMC. คลองซอย 28R,29R และ1L-29R-LMC. คาดว่าพืชไร่ต้องการใช้น้ำอีก 1-2 รอบก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ และมีปริมาณน้ำเพียงพอ ซึ่งแนวทางการเฝ้าระวังได้วางแผนที่จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแหล่งน้ำเสริม กรณีขาดน้ำช่วงปลายเดือน มีนาคม 2563 โดยเฉพาะพื้นที่ที่บางส่วนได้มีการเก็บเกี่ยวช้ากว่ากำหนด
อีกด้านที่จังหวัดแพร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม ดำเนินงานขุดลอกขยายบ่อสำหรับสูบน้ำในแม่น้ำยม บริเวณสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวังธง อำเภอเมือง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวังหลวง อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภัยแล้งให้แก่เกษตรกร
ที่จังหวัดร้อยเอ็ด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเสียวใหญ่ ให้เจ้าหน้าที่ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จุดก่อสร้างทำนบดินชั่วคราว บ้านเมืองบัว ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อดำเนินการสูบน้ำช่วยเหลือการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุวรรณภูมิในการสูบน้ำกักเก็บสำรองไว้ใช้เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำประปา ส่งให้ราษฎรในพื้นที่ตำบลเมืองบัวและเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย ให้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียงจนถึงสิ้นฤดูแล้งนี้
ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยเหลือภัยแล้ง ตำบลเชียรเขา อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือภัยแล้งแก่ราษฎร โดยฝ่ายปฏิบัติการสูบน้ำได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดท่อ 16 x 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่12 ตำบลเชียรเขา อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ นำเครื่องสูบน้ำขนาดท่อ 8 นิ้ว จำนวน 4 เครื่อง ติดตั้งในเขตพื้นที่หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 6 หมู่ที่ 11 ตำบลเชียรเขา อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ กรมชลประทานให้เครือข่ายทั่วพร้อมลงพื้นที่พบปะกับเกษตรกร และประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน และช่วยกันประหยัดน้ำใช้อย่างรู้คุณค่า เพื่อให้สามารถรักษาน้ำต้นทุนที่มีให้มีเพียงพอต่อความต้องการ ตามแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง 62/63 โดยเน้นการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และพืชสวนยืนต้นเท่านั้น
ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 43,940 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 20,158 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 39 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 10,359 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 3,663 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของปริมาณน้ำใช้การได้ สำหรับผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562
ทั้งประเทศ ล่าสุดมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 8,587 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 49 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,486 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 62 ของแผนฯเนื่องจากสถานการณ์น้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าปกติ และเพื่อให้การลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงมา เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และผลักดันน้ำเค็ม กรมชลประทาน ได้ประสานขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรงดสูบน้ำ พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ให้ปฏิบัติตามมาตรการการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูแล้ง ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเคร่งครัด
"ปัจจุบันมีเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด 17 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่มอก เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ เขื่อนลำนางรอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว เขื่อนคลองสียัด เขื่อนบางพระ เขื่อนหนองปลาไหล และเขื่อนประแสร์ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำในเขื่อนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ตามแผนจัดสรรน้ำที่ได้กำหนดไว้ร่วมกันกับกลุ่มผู้ใช้น้ำและกลุ่มเกษตรกรที่ใช้น้ำจากเขื่อนเหล่านี้ โดยจะเน้นการส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค น้ำเพื่อผลิตประปา รักษาระบบนิเวศ และไม้ผลไม้ยืนต้น เท่านั้น เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า ภายใต้เงื่อนไขที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด" นายทวีศักดิ์ฯ กล่าว