สธ.แถลงคืบหน้า ไวรัสโคโรนา 2019
06 ก.พ. 2563 | Nattawut

รมว.กระทรวงสาธารณสุข เผยความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวประสานผลอตหน้ากากอนามัยเพิ่มให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน.
ข่าว
06 ก.พ. 2563 | Nattawut

รมว.กระทรวงสาธารณสุข เผยความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวประสานผลอตหน้ากากอนามัยเพิ่มให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรคและ นพ.ไพศาล. ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา. ร่วมแถลงสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อขณะนี้นอนในโรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านแล้ว 9 ราย รวมสะสม 25 ราย มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ทั้งหมด 595 ราย โดยวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 46 ราย ความคืบหน้าข้อมูลการสอบสวนโรคของชาวเกาหลีใต้ที่ติดเชื้อจากหลังมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทางรองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลจากประเทศเกาหลีใต้ จึงยังไม่ทราบสถานที่ที่นักท่องเที่ยวรายนี้ไป รวมถึงกรณีคนไทยไปติดเชื้อจากประเทศญี่ปุ่น ทางกระทรวงได้ส่งข้อมูลการสอบสวนโรคไปให้ทางการญี่ปุ่นแล้ว และความคืบหน้าการรักษาอาการคนไทยรายล่าสุด ที่เป็นคนขับรถรับนักท่องเที่ยวจีน อายุ 70 ปี ขณะนี้รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อาการทรงตัว ส่วนปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ ทางกระทรวงได้เชิญผู้ประกอบการผลิตหน้ากาก 12 แห่ง และกรมการค้าภายใน ประชุมหาทางแก้ไขเพื่อให้หน้ากากอนามัยเพียงพอเพื่อปัองกันระบาดของไวรัส ทางกระทรวงสาธารณสุข พุ่งเป้ารณรงค์ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสแพร่กระจาย เช่น รถแท็กซี่ คนรับรถบริการนักท่องเที่ยว รถประจำทาง ฟิตเนส ปั้มน้ำมัน และอาชีพที่เกี่ยวข้อง ด้วยการใส่หน้ากากป้องกัน ได้ทั้งหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้า ล้างมือ ใช้แอลกอฮอลหรือ น้ำผสมสบู่ เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์หรือรถเพื่อฆ่าเชื้อโรค หลังจากนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข จัดส่งเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องการเช็ดทำความสะอาดป้องกันเชื้อโรคในสถานที่สาธารณะกับพนักงานทำความสะอาด เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ได้ประสานกับทุกหน่วยงานเร่งจัดทำและจัดหาหน้ากาก ซึ่งได้ประชุมองค์การเภสัชแล้ว จะสามารถเร่งทำการผลิตได้เฉลี่ยวันละ 740,000 แผ่น โดยข้อมูลการผลิตจากผู้ประกอบการ 12แห่ง ผลิตหน้ากากอนามัยเฉลี่ยวันละ 1.4ล้านชิ้น จำหน่ายในประเทศ 1 ล้านชิ้น ซึ่งในจำนวน1 ล้านชิ้น หากใช้อย่างคุ้มค่าจะเพียงพอ ขณะที่นพ.ไพศาล. ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา. บอกว่า กำลังการผลิตหน้ากากอนามัยแบบพื้นฐาน ประเทศไทยมีกำลังการผลิตต่อวัน 1.4 ล้านชิ้นต่อวัน แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศไทย 1 ล้านชิ้น ส่งออกไปต่างประเทศ 4 แสนชิ้น ซึงประเทศมีผู้ประกอบการผลิตทั้งหมด 12 ราย พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเร่งกำลังกาาผลิตให้เพียงพอต่อความน้องการของประชาชน ตอนนี้อาจจะชะลอการส่งออกหน้ากากอนามัยออกนอกประเทศ เพราะตอนนี้ในประเทศไทยมีความต้องการเป็นจำนวนมากและให้ความมั่นใจว่าหน้ากากอนามันจะเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลและประชาชน ด้านทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สาธิตการทำเจลล้างมือด้วยตนเอง โดยใช้เอทิลแอลกอฮอล์ 95% จำนวน 370 มล. /คาร์โบพอล 940 (Carbopol 940) 1 กรัม /น้ำร้อน 125.5 มล. /กลีเซอรีน (Glycerine) 2.5 มล. และไตรเอทาโนลามีน (Triethanolamine) 1 กรัม วิธีทำ เริ่มโปรยคาร์โบพอล 940 ลงในน้ำร้อน คนจนละลายหมด ปล่อยให้พองตัวเต็มที่ จากนั้นเติมเอทิลแอลกอฮอล์ 95% ไตรเอทาโนลามีน และกลีเซอรีน คนให้เข้ากัน จะได้เจลแอลกอฮอล์ปริมาณ 500 กรัม นำใส่ในภาชนะที่สะอาดและปิดฝาให้สนิท ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์คนไทยที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น ซึ่งมีคนไทย 4 รายมีอาการไข้ ผลการตรวจหาเชื้ไวรัสที่ห้องแล็บ ผลออกมาว่าทั้ง 4 รายไม่พบเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่อย่างใด เพื่อความแน่ใจ คนไทยทั้ง 138 คน จะต้องอยู่ในการสังเกตุอาการ จนกระทั่งถึงวันที่ 20 ก.พ.นี้ หากไม่พบเชื้อไวรัสโคโรน่า จะสามารถให้กลับบ้านได้ ส่วนสุขภาพจิตของคนไทย 138 คนทุกคนสุขภาพจิตดี ไม่เครียด สามารถทำกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ รวมถึงมีช่องทางสื่อสารกับญาติ