เนชั่นทีวี

ข่าว

กกร.หั่นเศรษฐกิจไทยโต 2.0-2.5% เหตุไวรัสโคโรนาฉุดชะลอตัว

05 ก.พ. 2563 | orawan_jan

กกร.หั่นเศรษฐกิจไทยโต 2.0-2.5% เหตุไวรัสโคโรนาฉุดชะลอตัว

กกร.หั่นจีดีพีไทยโตเหลือแค่ 2.0-2.5% จากเดิมคาดโต 2.5-3% เหตุไวรัสโคโรนาทุบรายได้ท่องเที่ยวหาย 1.08-2.2 แสนล้านบาท ทำเศรษฐกิจไทยชะลอตัว และความล่าช้าพรบ.งบประมาณ ปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย

นายสุพันธุ์มงคลสุธี ประธาสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท. )ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่าที่ประชุมกกร.  ได้ประเมินปัจจัยลบที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องทำให้ขาดแรงขับเคลื่อน  โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่ง กกร. มองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะเติบโตชะลอลงมากกว่าที่คาดไว้  จึงพิจารณาปรับลดประมาณการลงเป็นกรณีพิเศษในรอบนี้ โดย กกร. ประเมินว่า อัตราการขยายตัวของจีดีพี ในปี 2563 อาจลดลงมาที่ 2.0-2.5%  จากเดิม 2.5-3.0% แต่ยังคงกรอบประมาณการอัตราการเติบโตของการส่งออกและเงินเฟ้อไว้ตามเดิมคือ ส่งออกขยาตัว -2% ถึง0% และเงินเฟ้อโต0.8-1.5% และต้องติดตามการออกมาตรการของทางการเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งการประเมินตัวเลขจีดีพีใหม่เป็นการประเมินผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในจีนในกรอบระยะเวลา3 เดือน


"เศรษฐกิจไทยปี 2563เผชิญความท้าทายจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญคือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศจีนซึ่งยังมีความไม่แน่นอนว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด ปัจจัยนี้นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนในปี 2563จะชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดและส่งผลทางลบมากขึ้นต่อการส่งออกของไทยแล้วยังเป็นแรงฉุดสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของไทยให้ประสบกับความยากลำบากเนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนด้านจำนวนและรายได้คิดเป็น 28%ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด"  


ทั้งนี้ภายใต้สมมติฐานการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในจีนอยู่ในกรอบเวลา 3-6 เดือนในเบื้องต้น ผลกระทบจากรายได้การท่องเที่ยวที่หายไปอาจคิดเป็นมูลค่าประมาณ1.08-2.20 แสนล้านบาท ครอบคลุมธุรกิจในห่วงโซ่ทั้งโรงแรมและที่พัก ร้านอาหารค้าปลีก และขนส่ง ขณะที่ผลกระทบอาจทำให้การส่งออกลดลงด้วยซึ่งยังคงต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดต่อไป


สำหรับปัจจัยในประเทศ ได้แก่ความล่าช้าของการมีผลบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2563 ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุน และภัยแล้งที่รุนแรงซึ่งเป็นแรงฉุดกำลังซื้อของครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มฐานราก รวมทั้งปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานหรือPM2.5 ที่อาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตและการทำกิจกรรมกลางแจ้งของประชาชน  


ขณะที่ข้อเสนอเร่งด่วนของ กกร.ต่อภาครัฐ  1.ขอตั้งคณะกรรมการกกร. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้เหมาะสมและการจัดซื้อ Local Content รวมทั้ง ช่วยเหลือให้ SME ในการเข้าประมูลภาครัฐ 2.ขอยกเว้นการจ่ายประกันสังคมของลูกจ้างและผู้ประกอบการSME เป็นระยะเวลา 6 เดือน     3.ขอให้คืน VAT ให้เร็วขึ้นไม่เกิน 30 วัน      4.ลดค่าไฟฟ้า 5%จากยอดเรียกเก็บให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า เป็นระยะเวลา 6 เดือน และ 5.ภาคเอกชนจะประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและท่องเที่ยวในประเทศโดยสนับสนุนให้ ร้านค้า โรงแรม และบริษัทในเครือข่าย จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ข่าวล่าสุด