นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี การก่อตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ภายใต้หัวข้อ "ผู้ตรวจการแผ่นดินในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวอย่างไรกับความท้าทายที่เกิดขึ้น" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 ก.พ.นี้ ที่โรงเเรม ดิ แอทธินี โฮเต็ล โดยมีผู้ตรวจการแผ่นดินจากประเทศต่างๆทั่วโลกและคณะผู้แทนทางการทูตสมาชิกรัฐสภาองค์กรอิสระและหน่วยงานราชการกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน รวมถึงได้รับเกียรติจาก นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีพิธีลงนาม MOU ระหว่างผู้ตรวจการแผ่นดินไทย กับผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งประเทศนิวซีแลนด์ และพิธีลงนามก่อตั้งเวทีผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการดูแลสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตลอดจนให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศสมาชิก
เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมาผู้ตรวจการแผ่นดินได้แก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชนไปแล้วจำนวน 48,441 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 46,209 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 95.39 โดยหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ส่วนประเด็นที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับแรกคือการปฏิบัติงานของตำรวจ รองลงมาคือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สำหรับสถิติการร้องเรียนย้อนหลังในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา รับเรื่องร้องเรียนไว้ทั้งสิ้น 4,762 เรื่องดำเนินการแล้วเสร็จ 2,530 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 2,232 เรื่องภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินที่เพิ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2563 โดยเฉพาะในข้อ 8 ที่ระบุว่า "ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับคู่สมรสได้เฉพาะกรณีที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคู่สมรส ให้เบิกได้ในอัตราเดียวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน" ทำให้ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผู้ตรวจการฯ เป็นองค์กรอิสระ แต่ออกระเบียบเอง เอื้อประโยชน์ให้นำคู่สมรส กิน-บิน-เที่ยวต่างประเทศ โดยภาษีประชาชน นายรักษเกชาบอกว่า หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ ขอน้อมรับฟังข้อเสนอเเนะจากประชาชน ซึ่งขณะนี้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังพิจารณายกเลิกระเบียบข้อที่ 8 การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคู่สมรสของผู้ตรวจการฯ แต่คงห้ามผู้ตรวจการฯ ไม่ให้เดินทางไปดูงานต่างประเทศได้ เนื่องจากงานที่ทำเกี่ยวข้องกับการรักษาความสัมพันธ์กับผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศที่มีภาคีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก และคอยช่วยเหลืออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนที่ทำงานในต่างแดน ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีกรณีคู่สมรสติดตามไปบ้าง แต่จะใช้เงินส่วนตัว โดยเฉพาะบางงานเป็นพิธีสำคัญที่ผู้ตรวจการฯ ต้องมีคู่สมรสติดตามไปด้วย