เนชั่นทีวี

ข่าว

สรท.ชี้ไวรัสโคโรน่าทุบส่งออกไทยไตรมาสแรกสูญหลายพันล้าน

04 ก.พ. 2563 | orawan_jan

สรท.ชี้ไวรัสโคโรน่าทุบส่งออกไทยไตรมาสแรกสูญหลายพันล้าน

สรท.คงเป้าส่งออกปี 2563 โต 0-1% ยังไม่รวมผลกระทบไวรัสโคโรนาที่ทำให้การส่งออกวิกฤตระยะสั้น หลังไม่สามารถส่งออกไปจีนได้ช่วงไตรมาสแรก คาดทำส่งออกไทยสูญรายได้หลายพันล้านบาท

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี2563 เติบโต 0-1% บนสมมติฐานค่าเงินบาท 30.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังไม่รวมผลกระทบที่อาจเกิดจากการสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหลายประเทศทั่วโลกซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบ เช่น ภาคการท่องเที่ยวจะมีเม็ดเงินหายไปเกือบแสนล้านบาท การลงทุนและการส่งออกของไทยในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบเพราะการส่งออกไปจีนไม่ได้ ทำให้ Over Inventory เนื่องจากตลาดจีนมีสัดส่วนการส่งออกในปี2562 กว่าร้อยละ 11.8 ของการส่งออกไทยไปทั่วโลก


ทั้งนี้ สรท.ประเมินว่าการส่งออกของไทยไปจีนในไตรมาสแรกของปี 2563 อาจสูญรายได้หลายพันล้านบาท และการขนส่งสินค้าเข้าจีนบางสายเรือยังเปิดรับจองระวางไปเมืองอื่น (ยกเว้นอูฮั่น)แต่ศุลกากรปลายทางยังไม่อนุญาตให้เคลียร์สินค้าเข้าประเทศจีนได้ทำให้สินค้ายังคงค้างอยู่ที่ท่าเรือปลายทาง และเมื่อเปิดบริการตามปกติ(คาดว่าหลังวันที่ 10 ก.พ. เป็นต้นไป) จะมีเรือและสินค้าจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาความแออัดในท่าเรือซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บค่า PortCongestion Surcharge

นอกจากนี้ การส่งออกยังได้รับผลกระทบกรณีค่าเงินบาทแข็ง โดยธปท. ขอให้ผู้ประกอบการในประเทศเร่งนำเข้าวัตถุดิบมาสต็อคเตรียมการผลิตหากแต่วัตถุดิบบางรายการโดยเฉพาะสินค้าเกษตรถูกจำกัดด้วยมาตรการจำกัดการนำเข้า(หรือโควตา) อาทิ มะพร้าว หอมหัวใหญ่ กาแฟส่งผลกระทบภาคอุตสาหกรรมที่ไม่มีผลิตเพียงต่อผลิตเพื่อส่งออก รวมทั้งปัญหาภัยแล้งที่คาดว่าปีนี้จะส่งผลรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ย่อมส่งผลโดยตรงต่อผลิตทางการเกษตรซ้ำเติมภาคอุตสาหกรรมเรื่องวัตถุดิบในประเทศที่ไม่เพียงพอต่อการผลิต

พร้อมกันนี้ การส่งออกปี 2563ยังได้รับผลกระทบจากการออกมาตรการจำกัดการวิ่งของรถบรรทุกในการเข้าพื้นที่วงแหวนกาญจนาภิเษกและการห้ามวิ่งรถในวันคี่ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานนั้นส่งผลต่อผู้ประกอบการ อาทิ ต้นทุนการขนส่งทางรถบรรทุกเพิ่มขึ้น ประมาณ 1,000 5,000บาทต่อเที่ยวขนส่ง ประกอบกับปริมาณรถสะสมจำนวนมากจะไปถึงสถานที่ปลายทางอีกทั้งส่งผลต่อการปฏิบัติงานขนส่งและความแออัดในประตูการค้าหลัก(บริเวณรอบท่าเรือและชุมชนรอบโรงงาน) และความล่าช้าในการผ่านร่าง พรบ.งบประมาณ ปี2563 อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนขาดความต่อเนื่องในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอันเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มนักลงทุนผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงภาคประชาชน

สำหรับข้อเสนอแนะของสรท. ได้แก่ 1.มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดยสรท. สนับสนุนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 มกราคม2563 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤตเช่น เข้มงวดในการตรวจสอบตรวจจับรถยนต์ รถโดยสารและรถบรรทุก ควันดำอย่างเคร่งครัด การออกคำสั่งห้ามการใช้รถที่มีมลพิษเกินมาตรฐานที่กำหนดมาใช้ในทางเดินรถการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองหากตรวจสอบแล้วไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนดให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ การแก้ไขปัญหาการจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองโดยการคืนพื้นที่จากการก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย ระยะทาง 500 กโลเมตร รอบกรุงเทพและปริมณฑลการออกเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ควบคุมการเผาขยะมูลฝอยไม่ว่าจะเป็นที่ดินของตนเองหรือที่สาธารณะ และข้อเสนออื่นๆ อาทิลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน รถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคันการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 ppm การให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน5 ปี

นอกจากนี้ ปัญหาการจำกัดโควตานำเข้าสินค้าขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องผ่อนคลายมาตรการนำเข้าวัตถุดิบ โดย 1.การกำหนดเพิ่มโควตานำเข้าวัตถุดิบบางรายการโดยเฉพาะสินค้าเกษตรเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะในปีนี้ที่คาดว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรงกว่าที่ผ่านมา 2.ผ่อนคลายกฎระเบียบในการขออนุญาตนำเข้าให้มีความสะดวกมากขึ้นในช่วงShort stock และ 3.หาตลาดใหม่ทดแทนตลาดจีนในระยะสั้นจากปัญหาโคโรน่าไวรัสทำให้จีนปิดเมืองสำคัญหลายเมืองทำให้การส่งออกสินค้าทั้งทางอากาศและทางเรือได้รับผลกระทบขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งหาตลาดทดแทนจีนในระยะสั้นโดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปจีน

ข่าวล่าสุด