นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการตรวจสอบเว็บไซต์บิดเบือนข้อมูลเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย ว่า ตอนนี้ที่ขึ้นบัญชีปลอมมีประมาณ 140 แอคเคาท์ แต่การติดตามจะเจอตัวหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะบางครั้งเมื่อตรวจสอบได้ที่อยู่ เรามั่นใจ แต่พอไปถึงพบว่าไม่ใช่ เนื่องจากใช้ชื่อปลอม ที่อยู่ปลอม อีเมล์เพื่อน ในประเทศไทยคนเปิดแอคเคาท์ ไม่ต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริง รวมถึงไม่ต้องใช้บัตรประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์จริง ทั้งนี้มีดำเนินการ 2 เรื่องในตอนนี้ คือ พยายามตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองก่อนและต้องตามสืบจากคนข้างเคียงที่เข้ามาคอมเม้นท์ เพื่อให้เจอตัว ซึ่งต้องใช้เวลา
ส่วนเฟซบุคก็มีมาตรการ หากสามารถตรวจสอบได้ว่า อันไหนเป็นอวตาร มีข้อความขึ้นมาแบบแย่ตลอด และไม่มีตัวตน ทางเฟซบุคจะยกเลิกแอคเคาท์ให้ ซึ่งเขาไม่เคยทำกับใคร แต่จาการที่ตนเดินทางไปอเมริกา พูดคุยกับเฟซบุค ทำให้เขาเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น เพราะเราโดนเรื่องนี้เยอะ และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ทางเฟซบุคจะบินมาประชุมที่ประเทศไทย ถือว่าทางเฟซบุคให้ความร่วมมือ และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายกฯ สั่งในที่ประชุม ให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังเมื่อถามว่ามีสื่อหลักในประเทศไทยที่เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูลและเตรียมที่จะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า มีสื่อหลักที่เปลี่ยนตัวเองจากรูปแบบปกติไปเป็นออนไลน์ มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งหลายเว็บที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นการหมิ่นประมาท พูดไม่จริง และกล่าวหา ซึ่งคนที่เดือดร้อนคือคนที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นคนที่ถูกกล่าวหาต้องฟ้องร้องดำเนินคดีเอง ถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย แต่กรณีข่าวปลอมจัดอยู่อีกประเภทหนึ่ง หากตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าเป็นข่าวปลอม ตั้งใจบิดเบือน และตอนนี้มีสื่อใหญ่ที่พอจะเข้าข่ายอยู่ ซึ่งอยู่ระว่างเก็บข้อมูลเพื่อดำเนินการในเร็วๆนี้