ที่บริเวณอาคาร 1 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา แห่งนี้ ซึ่งลานจอดเครื่องบินจะถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับรองรับคนไทยที่เดินทางกลับมาจากอู่ฮั่น โดยตามปกติ เป็นอาคารที่ไม่ได้มีคนทั่วไปใช้งาน และเครื่องบินนักท่องเทียวก็จะบินไปลงจอดที่อาคาร2 ซึ่งจะแยกส่วนกันชัดเจน
โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทั้งจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และเจ้าหน้าที่กองทัพเรือ เข้ามาเตรียมความพร้อมและ พลเรือเอก สิทธิพร มาศเกษมเสนาธิการทหารเรือ ได้ประชุม ประชุมสรุปแผนรองรับคนไทยเมื่อเดินทางมาถึงในทุกขั้นตอน โดย นาวาโท เฉลิมศักดิ์ ไชยจิตต์ หน.ปชส.กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติให้กับสื่อมวลชน หลังจากเครื่องบินของคนไทยเดินทางมาถึง ซึ่งจะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปพื้นที่ เพราะจะถูกจำกัดเป็นพื้นที่ควบคุมทั้งหมด
ทั้งนี้คาดว่า บริเวณทางเข้าออกด้านข้างของอาคาร1 น่าจะใช้เป็นเส้นทางที่ลำเลียงคนไทยออกจากสนามบิน เพื่อไปยัง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และทำการคัดกรองผู้ป่วยอีกครั้ง หากพบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ที่จะให้เข้าพักรักษาอาคารที่นี่ทันที ซึ่งทางโรงพยาบาลได้เตรียมสถานที่ ห้องควบคุมโรคต่างๆ ไว้รองรับแล้วส่วนใครที่ไม่เข้าเกณฑ์ ก็จะพาไปยังบ้านพักรับรองที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ อ่าวดงตาล
โดยบริเวณอาคารรับรอง จะแบ่งเป็น2ส่วน ส่วนแรกคือ อาคาร3-อาคาร7 รวมทั้งหมด5อาคาร จะถูกใช้เป็นพื้นที่ควบคุมสำหรับรองรับคนไทย142คน และยังมีเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ จะอยู่ด้วยตลอด24ชั่วโมง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการสร้างรั้วกั้นแนวเขตพื้นที่ควบคุมไว้ ความสูงของรั้วประมาณ2เมตร ยาวรอบด้านไม่ต่ำกว่า500เมตร และจะหนาถึง3ชั้น โดยไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องผ่านเข้าไป ภายในห้องพักรับรองก็จะเหมือนโรงแรมทั่วไป มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และมีสนามหญ้า อุปกรณ์กีฬา ให้ได้ผ่อนคลายหลังครบ3วันด้วย ซึ่งแน่นอนว่าอาคารนี้ไม่ติดกับบ้านเรือนหรือที่พักอาศัยของประชาชน เพราะจะติดกับอาคารรับรองสัตหีบอาคาร 1 และอาคาร2 ซึ่งจะถูกใช้เป็นสถานที่รองรับเจ้าหน้าที่ที่มาติดตามสถานการณ์ และญาติของคนไทยที่ถูกควบคุมตัวไว้เพื่อเฝ้าระวังอาการ14วัน ส่วนอีกฝั่งจะติดศูนย์สมุทรกีฬา ซึ่งเป็นของกองทัพเรือเช่นกัน