เนชั่นทีวี

ข่าว

"องครักษ์พิทักษ์รัฐบาล" จำเป็นต้องมี...แต่ต้องมีกึ๋น!

04 ก.พ. 2563 | Nattawut

"องครักษ์พิทักษ์รัฐบาล" จำเป็นต้องมี...แต่ต้องมีกึ๋น!

ช่วงนี้เรื่องการตั้ง "องครักษ์พิทักษ์รัฐบาล" ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กำลังมีความเคลื่อนไหวกันคึกคัก เมื่อวานเราเล่าให้ฟังไปแล้วถึงประวัติศาสตร์องครักษ์ ที่เป็นวัฒนธรรมการเมืองไทยมาทุกยุคทุกสมัย / วันนี้เรามาฟังความเห็นของนักรัฐศาสตร์กันบ้างว่ามองบรรดาองครักษ์นี้อย่างไร

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง อาจารย์ยุทธพร อิสรชัย แห่งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า การตั้งทีมองครักษ์ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นเทคนิคทางการเมืองรูปแบบหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้่นยังไม่ใช่เทคนิคแปลกใหม่อะไรด้วย เพราะการตั้ง "องครักษ์พิทักษ์รัฐบาล" มีมาตั้งแต่ปี 2475 หรือตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองกันเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นรัฐบาลจากคณะรัฐประหาร และ ส.ส.ไม่มีบทบาทมากนัก การตั้งองครักษ์ฯก็จะไม่ค่อยเข้มข้น ไม่เหมือนสภาเลือกตั้ง 
หากมองย้อนกลับไป การต่อสู้ในสภามีความเข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา หลังหมดยุคประชาธิปไตยครึ่งใบที่มี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้นำประเทศ แม้หลังจากนั้นจะยังมีการรัฐประหารซ้ำอีกหลายครั้ง แต่ก็ถือว่ามีสภาเลือกตั้งวนมาเรื่่อยๆ เกมในสภาจึงเข้มข้น
ในความเห็นของอาจารย์ยุทธพร อาจารย์บอกว่า การตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลถือว่ามีความจำเป็น และเป็นส่วนสำคัญในการแก้เกมในสภา เพราะหากปล่อยให้ฝ่ายค้านพูดเพียงฝ่ายเดียว ก็อาจนำทั้งเรื่องจริงและเรื่องเท็จมาปะปนกล่าวหารัฐบาล ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะการประชุมสภามีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ฉะนั้นจึงต้องมีทีม ส.ส.ที่ทำหน้าที่หยุดอีกฝ่ายหนึ่งไม่ให้พูดนอกเรื่อง


แต่อาจารย์ยุทธพร เสนอว่า ทีมองครักษ์ที่ตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.ฝ่ายไหน ควรถ่วงดุลให้เกิดความเหมาะสม ที่สำคัญการทำงานต้องคำนึงถึงความเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยด้วย ไม่ใช่มุ่งแต่ปกป้องกันเอง นอกจากนั้นฝ่ายผู้มีอำนาจก็ไม่ควรกลัวการอภิปรายมากเกินเหตุ เพราะฝ่ายตนก็มีโอกาสชี้แจง ฉะนั้นควรปล่อยให้พูดสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระ แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ขณะที่ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า อาจารย์ สติธร ธนานิธิโชติ มองคล้ายๆ กันว่า การตั้ง "องครักษ์" ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นเรื่องธรรมดา และเป็นสีสันทางการเมือง แต่คนที่จะมาทำหน้าที่ "องครักษ์" จำเป็นต้องรู้ข้อกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับการประชุม ไม่ใช่ลุกขึ้นประท้วงอย่างเดียว เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อตัวเองแล้ว ยังอาจกระทบภาพลักษณ์ของสภาด้วย
อาจารย์สติธร ยังมองว่า การตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล มีความจำเป็นเพื่อเบรคผู้อภิปรายที่กำลังนอกประเด็น หรือลามไปเรื่องส่วนตัว หรือพูดไม่เข้าเนื้อหาสาระ เน้นเพียงวาทกรรม แต่องครักษ์ก็ต้องทำหน้าที่อย่างถูกช่วง ถูกเวลา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการประท้วงแบบสะเปะสะปะ แล้วทำให้คนที่ติดตามการอภิปรายรู้สึกรำคาญมากกว่าจะชื่นชม
ที่สำคัญการมีองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก เพราะสุดท้ายคนตอบคำถามในสภา ก็ยังเป็นตัวรัฐมนตรีอยู่ดี

ข่าวล่าสุด