เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 63 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในนามสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ประมาณ 100 คน ได้นัดรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ทำพิธีสักการะครูบาศรีวิชัย ก่อนจะเดินเท้าไปที่ส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นกยกรัฐมนตรี ผ่านนายธนพร ศรียากูล ผู้แทนสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ให้รับข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาป่าไม้และที่ดินในเขตป่าไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
พะตี่ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ปราชญ์ปกาเกอะญอชุมชนบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ป่าจิตวิญญาณของชุมชนอยู่ในพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติออบขานมาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถกันพื้นที่ออกจากการเตรียมการประกาศได้ และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฉบับปี 2562 ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการ จึงต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับวิถีชุมชนอย่างแท้จริง
"พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในป่า มีการเลี้ยงวัวเลี้ยงควายแบบปล่อยไปในป่า แต่ พ.ร.บ.อุทยานฯ บอกว่าถ้าเลี้ยงสัตว์ต้องเสียค่าธรรมเนียม 10,000 บาท ตรงนี้เรากังวลที่สุดเลย การจะมาประกาศอุทยานฯ ในพื้นที่เราต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตเราด้วย ต้องกันพื้นที่เราออกให้หมด เราไม่ได้คัดค้านการประกาศอุทยานฯ นะ แต่เราอยากให้เขากันพื้นที่ป่าจิตวิญญาณให้เรา เพราะเราดูแลและใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายแล้ว เราไม่ได้อยู่มาวันสองวัน เราอยู่มา 4 ชั่วอายุคน" พะตี่ตาแยะกล่าว
ด้านนายพฤ โอ่โดเชา ชาวบ้านป่าคา อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แนวทางตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 รวมไปถึงมติ ครม. 26 พฤศจิกายน 2561 จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาชุมชนที่อยู่ในเขตป่าได้ จึงเสนอให้ใช้แนวทางโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชนและมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง
"พวกเราเกิดมาก็อยู่บนดอย พอใช้เกณฑ์ว่าพื้นที่ลาดชันอยู่ไม่ได้ ลุ่มน้ำชั้น 1 อยู่ไม่ได้ พื้นที่ป่าอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะไร่หมุนเวียนที่บางท่านบอกว่าจะถอยกลับไปดูให้แค่ 7 ปี แต่พวกเราบอกว่าการทำไร่หมุนเวียนทิ้งไว้ต่ำที่สุด 7 ปี บางที่อาจเป็น 10 ปีเลยในการพักฟื้น เราอยากให้ใช้แนวทางโฉนดชุมชนและแนวทางตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 เพราะพวกเรากะเหรี่ยงอยู่ที่ไหนป่าอยู่ที่นั่น อยากให้แต่ละกระทรวงเอาแนวทางนี้ไปใช้ในพื้นที่ด้วย พวกเราก็อยากรักษาป่าเหมือนกันนะครับ แต่ต่อไปเราจะไม่มีสิทธิ์แล้วถ้าใช้กฎหมายที่ออกมา" ชาวปกาเกอะญอบ้านป่าคากล่าว
ทั้งนี้ กลุ่ม สกน. ในนามสมาชิกพีมูฟได้ยื่นหนังสือเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย 9 ข้อต่อรัฐบาล โดยเป็นนโยบายที่ได้ยื่นถึงนายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 13-15 มกราคมที่ผ่านมา และจะมีการประชุมหารือร่วมกับระหว่างพีมูฟกับกระทรวงฯ อีกครั้งในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ และจะจัดกิจกรรมเสนอรูปธรรมการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ (ต่าหลู่เก่อชอ) ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดเชียงใหม่ ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง ชูเป็นพื้นที่นำร่องแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างพีมูฟและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป