นอกจากนี้ มีช่วงหนึ่ง นายสมศักดิ์ ได้สอบถามผบ.เรือนจำทุกแห่ง ถึงพื้นที่เรือนนอนว่ามีพื้นที่เท่าไหร่ ผู้ต้องขังเกินความจุหรือไม่ โดยนายสมศักดิ์ ได้สุ่มถามผบ.เรือนจำอุบลราชธานี ซึ่งก็ได้รายงานว่า เรือนจำอุบลฯมีพื้นที่ 3 พันตารางเมตร แต่มีนักโทษ 6 พันคน นายสมศักดิ์ จึงบอกว่า ที่นอนยังไม่ถึงครึ่งตารางเมตร โดยหากนั่งยังไม่พอ ซึ่งหากเป็นตัวเลขจริง ต้องรีบเกลี่ยไปเรือนจำอื่น เพราะเป็นเรื่องสุขอนามัย โดยทุกคนจะป่วยหมด ดังนั้น อย่าให้ใครว่าเราได้ว่า ปล่อยปละละเลย
นายสมศักดิ์ ยังสอบถามต่อว่า เรือนจำใดมีพื้นที่เหลือหรือไม่ โดยผบ.เรือนจำเขาพริก ได้รายงานว่า มีพื้นที่ 5 พันตารางเมตร จุคนได้ 4.3 พันคน แต่ปัจจุบันมีผู้ต้องขัง 3 พันกว่าคน จากนั้น นายสมศักดิ์ จึงแจงต่อว่า การถามไม่ใช่ลองภูมิ แต่เป็นการบริหาร ที่เราต้องรู้ให้จริง และจะได้ตอบคำถามต่างๆได้
นายสมศักดิ์ ยังบอกต่อว่า ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ต้องขังที่มีความรุนแรง อย่าง ฆาตรกรต่อเนื่อง สมคิด ไอซ์ หีบเหล็ก หรือ ปล้นทองลพบุรี ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ เราถูกกดดันจากสังคมว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยกระทรวงยุติธรรม จึงได้ทำกรอบแนวคิด 3 กรอบ เพื่อให้สังคมรับรู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน ซึ่งก็จะไม่มีคนตาย ดังนั้น สิ่งที่อยากขอข้อมูลจากผบ.เรือนจำ คือ ให้ช่วยตรวจดูย้อนหลังว่า แต่ละเรือนจำที่ปล่อยผู้ต้องขังที่มีพฤติกรรมเดรัจฉาน ว่ามีเท่าไหร่ โดยขอข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี
นายสมศักดิ์ ยังบอกถึงเรื่องอาหารผู้ต้องขังว่า เราได้น้อยกว่าหน่วยงานราชการอื่น โดยได้อยู่ที่ 45 บาท ซึ่งน้อยกว่า 30 บาท แต่ถึงแม้ได้น้อย ก็ต้องทำตามทีโออาร์ พร้อมต้องตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณ โดยส่วนตัวได้ให้สถาบันการศึกษา 2 แห่ง เข้าไปตรวจสอบคุณภาพ ดังนั้นขอให้อำนวยความสะดวกด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลจริง ซึ่งถ้าได้รับรายงานว่า พวกเราไม่ให้ความร่วมมือ จะถือว่าผิด
นายสมศักดิ์ ยังบอกว่า เรื่องผู้ต้องขังกินข้าวกับผงชูรส โรคภัยจะตามมา รวมถึงยาบางชนิดอันตรายถ้ากินเกินขนาด โดยได้รับรายงานว่า ผู้ต้องขังเห็นยาแล้วแย้งกันกิน ดังนั้น ผบ.เรือนจำ ต้องให้ความสนใจในรายละเอียด ซึ่งถ้าเข้าใจไม่จริง เป็นผบ.เรือนจำจะเหนื่อย ตอนมีปัญหา เพราะบางครั้งต้องถูกโยกย้าย ทั้งที่ไม่อยากย้าย เนื่องจากต้องตอบคำถามสื่อมวลชน ซึ่งส่วนตัว กลัวที่สุดคือ นักข่าว