นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการดำเนินงานให้แก่ผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ร่วมประชุมและตรวจเยี่ยมฯ ในการนี้ นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายจรุณ มีสมบูรณ์ นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมคณะผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน เข้าร่วมประชุม และผู้อำนวยการท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานประชุมทางไกลผ่านระบบ Video Conference เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมจันทรางศุ ชั้น 10 กรมท่าอากาศยาน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้กรมท่าอากาศยาน เน้นการพัฒนาท่าอากาศยานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายการดำเนินงาน 2 ด้านหลัก คือ

คมนาคมสั่ง ทย. เข้มมาตรการเข้มป้องกันไวรัสโคโรนา


1. แนวทางการพัฒนาท่าอากาศยาน ด้านการเพิ่มขีดความสามารถ การเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานในสังกัดโดยการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ ส่งเสริมกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ด้านการอำนวยความสะดวกและให้บริการผู้โดยสาร เน้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จัดระบบขนส่งสาธารณะภายในท่าอากาศยาน และพัฒนาให้เป็น Smart Airport ด้านการพัฒนาในระยะยาว ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกิจกรรมด้านการบินอื่นๆ พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. การเร่งรัดงานตามนโยบาย ด้านการพัฒนาการขนส่งทางอากาศ เน้นการพัฒนา ปรับปรุง ขยายท่าอากาศยานภูมิภาคที่สำคัญ เช่น ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตรัง ลำปาง บุรีรัมย์ เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาท่าอากาศยานเบตง ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ด้านการสนับสนุนสายการบินต้นทุนต่ำ ให้สามารถบริการประชาชนในภูมิภาคได้เพิ่มขึ้น โดยจะมีการตรวจสอบควบคุมเพื่อให้มีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานสากล
ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำชับให้กรมท่าอากาศยานดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เน้นว่าทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วม พร้อมทั้งดำเนินการทุกอย่างให้วิเคราะห์อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

คมนาคมสั่ง ทย. เข้มมาตรการเข้มป้องกันไวรัสโคโรนา


ทั้งนี้ อธิบดีกรมท่าอากาศยานได้รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบาย ดังนี้
1. การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ
2. การพัฒนาระบบขนส่งทางอากาศเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานหลักและท่าอากาศยานภูมิภาค
3. การสนับสนุนสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airlines) ให้สามารถบริการประชาชนในภูมิภาคได้เพิ่มขึ้น โดยจะมีการตรวจสอบควบคุมเพื่อให้มีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานสากล ซึ่งกรมท่าอากาศยานได้มีการดำเนินการสนับสนุนในหลายด้าน อาทิเช่น การส่งเสริมการขายให้มีการเพิ่มเส้นทางบินทั้งในและระหว่างประเทศ การลดค่าบริการขึ้นลงของอากาศยานและค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร
4. การส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลาง รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตร หรือสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Commodity) ออกสู่ตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้น


ซึ่งกรมท่าอากาศยานได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้าชุมชน มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าภายในท่าอากาศยาน ประสานความร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ส่งเสริมการขายและกระจายสินค้า อีกทั้งยังช่วยเหลือเกษตรกรในการกระจายผลผลิตทางการเกษตรตามความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และสายการบินที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังดำเนินการหาผู้ประกอบการคลังสินค้า ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี เป็นช่องทางส่งออกกุ้ง อาหารทะเล สินค้าพื้นเมือง ไปยังต่างประเทศด้วย
สำหรับนโยบายเร่งรัดที่ต้องดำเนินการนั้น คือ 1. มาตรการการดำเนินงานเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยกรมท่าอากาศยานได้ดำเนินการตรวจวัดรถยนต์ของท่าอากาศยานทุกคันให้มีค่ามาตรฐานตามกำหนด การประชาสัมพันธ์เรื่องการจอดรถยนต์รับส่งผู้โดยสาร และการติดเครื่องยนต์ภายในลานจอดรถยนต์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเร่งด่วน โดยให้แต่ละท่าอากาศยานรายงานผลและความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อรวบรวมรายงานกระทรวงคมนาคมต่อไป 2. ในเรื่องของการเฝ้าระวังป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 กรมท่าอากาศยาน ได้ดำเนินการตามมาตรการหลัก 4 ประการ คือ ตรวจ ดูแล ติดตาม และให้ข้อมูล ดังนี้
1) ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลผู้โดยสารอย่างทั่วถึง สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ คือ ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี และหัวหิน ได้ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน และเพิ่มจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยใช้เครื่องแฮนด์เทล วัดอุณหภูมิบริเวณหน้าผากและหู และให้ผู้โดยสารใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ
2) จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและทำความสะอาดพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดทุกจุด และเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คบริเวณที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย เช่น ห้องน้ำ เก้าอี้ผู้โดยสาร ราวบันได รถเข็นสัมภาระ ตะกร้าสำหรับวางสัมภาระในจุดตรวจค้น เป็นต้น
3) ให้ท่าอากาศยานรายงานสถานการณ์เข้ามาที่ส่วนกลางทุกวัน เพื่อรวบรวมรายงานต่อกระทรวงคมนาคม รวมถึงการประชาสัมพันธ์การดำเนินการของท่าอากาศยาน โดยผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Fanpage ของกรมท่าอากาศยาน รวมถึงสื่อท้องถิ่นเพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงานภาครัฐที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัยและเข้มงวด
4) ให้ทุกท่าอากาศยานประชาสัมพันธ์ข้อมูลการป้องกันตนเองตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ หรือ จาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น เป็นต้น