เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 63นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เนื้องอกมดลูก เป็นก้อนเนื้อที่เจริญเติบโตผิดปกติ โดยเกิดได้ที่ผิวด้านนอกผนังมดลูก อยู่ในเนื้อมดลูก หรืออยู่ในโพรงมดลูก ซึ่งผู้หญิงช่วง อายุ 30 -45 ปี มีความเสี่ยงมากที่สุด สำหรับอาการของเนื้องอกมดลูก ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดงใด ๆ แต่บางรายก็อาจมีอาการเกิดขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งลักษณะอาการขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด หรือจำนวนของเนื้องอก โดยอาการที่มักพบได้ เช่น ประจำเดือนมากกว่าปกติ รู้สึกแน่นหรือปวดบริเวณท้องน้อย หรือท้องน้อยมีขนาดโตขึ้น ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก ปวดหลัง หรือปวดขา ท้องผูก ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรเข้าพบแพทย์ทันที การวินิจฉัยของแพทย์นั้นทำได้จากการตรวจภายใน และยืนยันการวินิจฉัยด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งถ้าตรวจพบตั้งแต่ในระยะแรกที่เนื้องอกยังมีขนาดเล็ก การรักษาก็จะทำได้ง่ายกว่า
นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเสริมว่า การรักษาเนื้องอกมดลูก แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ลักษณะของเนื้องอก อัตราการเติบโตของเนื้องอก รวมถึงปัจจัยของผู้ป่วย เช่น อายุ ความต้องการมีบุตร เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจรักษาได้ด้วยการรับประทานยา แต่บางรายอาจต้องรักษาโดยการผ่าตัดเนื้องอกออก หรืออาจจะต้องตัดมดลูกออก ในบางกรณี เช่น เนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก หรือมีเลือดออกมาก เป็นต้น