กรมป่าไม้ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมมีแผนดับไฟป่า 3 ระดับ คือ ระดับปกติ ระดับรุนแรง และขั้นวิกฤต โดยร่วมกับทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมสนับสนุนทั้งกำลังพล และอุปกรณ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในระหว่างเดือนมกราคม - เดือนเมษายน ของทุกปี ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือมักประสบปัญหาหมอกควันที่มาจากสถานการณ์ไฟป่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศป่าไม้ เศรษฐกิจ สังคม การคมนาคม และการท่องเที่ยว

กรมป่าไม้มีแผนดับไฟป่า 3 ระดับ

โดยทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นายอรรถพล กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่ อ. แม่ทะ จ. ลำปาง เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า และหมอกควัน จังหวัดลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม และได้มอบแนวทางการดำเนินงานป้องกันและควบคุมไฟป่า โดยให้จัดตั้ง "War Room" เพื่อประสานงานกับทางจังหวัด และให้ซักซ้อม จำลองสถานการณ์เกิดไฟป่า เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว "รับแจ้งเหตุรวดเร็ว สั่งการรวดเร็ว และเข้าดับไฟรวดเร็ว"

กรมป่าไม้มีแผนดับไฟป่า 3 ระดับ

กรมป่าไม้มีแผนดับไฟป่า 3 ระดับ

จึงต้องมีการซักซ้อมความเข้าใจกับการปฏิบัติงานให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้ชุด Small Unit ออกลาดตระเวน เฝ้าระวัง และจับกุมผู้จุดไฟมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและพฤติกรรมไฟของปีที่ผ่านมาสำหรับใช้วางแผนการปฏิบัติงานและจัดทำพื้นที่เป้าหมาย นอกจากนี้ กรมป่าไม้ได้ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้น ที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้ใช้กลยุทธ 7 ระดับ ได้แก่

1. การใช้กลไกภาคประชารัฐสนับสนุนการทำงานในระดับจังหวัด 2. การประเมินสถานการณ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น โดรน และดาวเทียม 3. การวางแผนลดจุดความร้อน (Hot Spot) ในช่วง 15 มีนาคม - 30 เมษายน 2563 4. การจัดทำแผนเผชิญเหตุ จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟเข้าระงับเหตุ 5. การระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือจากนอกพื้นที่มาเสริม เพื่อไม่ให้เหตุไฟป่าลุกลาม 6. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ 7. การบังคับใช้กฎหมายกับคนที่จุดไฟเผาป่า

กรมป่าไม้มีแผนดับไฟป่า 3 ระดับ

นายอรรถพล ระบุว่า นอกจากนี้กรมป่าไม้ยังมีแผนดับไฟป่า 3 ระดับ คือ ระดับปกติ ระดับรุนแรง และขั้นวิกฤต โดยร่วมกับทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมสนับสนุนทั้งกำลังพล และอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ซึ่งแผนที่ (1) คือ แผนการดับไฟป่าตามสถานการณ์ปกติ ซึ่งเป็นไฟป่าเพิ่งเกิด และถูกตรวจพบทันที หรือไฟลุกลามเนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ กรมป่าไม้จะร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ ปภ. อปท. และทหาร พร้อมเครือข่ายชุมชน ร่วมกันปฏิบัติงานดับไฟป่า ส่วนแผนที่ (2) แผนการดับไฟป่าในสถานการณ์รุนแรง คือ ไฟไหม้ลุกลามเนื้อที่มากกว่า 100 ไร่ หรือดับไฟด้วยแผนที่ 1 แต่ไม่สามารถควบคุมได้ในเวลา 3 วัน จะมีการตั้งศูนย์อำนวยการดับไฟป่า โดยนายอำเภอในพื้นที่คอยบัญชาการ พร้อมพละกำลังเพิ่มเติมจากกระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหมสนับสนุนเครื่องจักรกล อากาศยาน รถดับเพลิง เฮลิคอปเตอร์ เข้าเร่งดับไฟทันที และแผนที่ (3) แผนการดับไฟในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งเป็นแผนดับไฟระดับที่ 2 และไม่สามารถควบคุมไฟได้ในเวลา 15 วัน จะมีการตั้งศูนย์อำนวยการดับไฟป่าโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ และกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือจากทุกหน่วยงาน และมีการสนับสนุนเพิ่มเติมจากโรงพยาบาล ในการรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า รวมทั้งภาคธุรกิจและภาคเอกชน ที่จะคอยสนับสนุนการดับไฟในสถานการณ์ขั้นวิกฤตนี้โดยเร็วที่สุด"กรมป่าไม้ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อลดผลกระทบจากไฟป่าและปัญหาหมอกควัน ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรป่าไม้ให้มากที่สุด ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเหตุไฟป่าได้ที่สายด่วน 1362" นายอรรถพล กล่าวย้ำ