D เดินหน้าขยายธุรกิจเครื่องมือทันตกรรมต้นปี63 ล่าสุด"เดนทัลวิชั่น (ประเทศไทย)" บริษัทในเครือได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก Carl Zeiss Meditec AG ในสินค้ากลุ่มLoupes(แว่นขยายสำหรับงานทันตกรรม) จากประเทศเยอรมัน พร้อมวางจำหน่าย ในเดือน ก.พ.นี้ ฟาก "ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล" บิ๊กบอส มั่นใจกระแสตอบรับดี เพราะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมขยายได้ตั้ง 3.2 - 5 เท่า แสดงภาพคมชัดสมจริง รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเทรนด์ Dental Digital Solution คาดช่วยสนับสนุนผลงานในปีนี้เติบโตแข็งแกร่ง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจให้บริการทางทันตกรรมแบบครบวงจรในรูปแบบศูนย์ทันตกรรม คลินิกทันตกรรม รวมทั้งงานขายวัสดุ และอุปกรณ์ทันต กรรม เปิดเผยว่า บริษัท เดนทัลวิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (DVT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้าทันตกรรมคุณภาพสูงจากBrandชั้นนำจากต่างประเทศ ให้แก่ทันตแพทย์, คลินิค, โรงพยาบาล, มหาวิทยาลัย และแลปทันตกรรม โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากบริษัท Carl Zeiss Meditec AG จากประเทศGermany ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มLoupes (แว่นขยายสำหรับงานทันตกรรม) โดยจะเริ่มจัดจำหน่ายสินค้าในเดือน  กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายคือ ZEISS EYEMAG PRO  เหมาะสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพสูงขยายได้ตั้งแต่ระดับ 3.2 เท่า ถึง 5เท่า ภาพคมชัดมิติเหมือนจริง มีน้ำหนักเบา ภาพใสคมชัด มิติสมจริงทุกมุมมอง ใช้งานต่อเนื่องได้นาน โดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้าสายตา ปรับตำแหน่งให้เหมาะสมตามหลักสรีระศาสตร์ได้อย่างง่าย และมีความคล่องตัวในการใช้งาน พับขึ้นได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน โดยไม่ต้องถอดแว่นตา "บริษัทฯมั่นใจว่า จะได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และความต้องการในปัจจุบันแนวโน้มธุรกิจ Dental Digital Solution กำลังมีบทบาทมากขึ้น ธุรกิจจึงต้องปรับตัวในการเสนอสินค้ารูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้อง กับระบบDigital และขณะเดียวกันทันตแพทย์ ก็หันมาสนใจเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานสะดวกสบาย และเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาการรักษาคนไข้ในยุค "NOW"  ดังนั้น สินค้ากลุ่มที่ช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยดูแลรักษา สุขภาพของทันตแพทย์จึงเป็นที่น่าจับตาในปีนี้  " ทพ.พรศักดิ์ กล่าว  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากธุรกิจโรงพยาบาลทันตกรรม กรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล สุขุมวิท ซอย 2 (BIDH) ซึ่งได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงทำการตลาดทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำโรงพยาบาลทันตกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์ด้านการขยายการให้บริการด้านทันตกรรมของบริษัทฯ รวมถึงกลุ่มคนไข้ในเมืองทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยในปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปี และบริษัทฯตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ รพ.BIDH เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งแรกที่มีการรักษาเต็มรูปแบบของโรงพยาบาลทันตกรรม (ฟัน) โดยใช้งบประมาณลงทุนกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่สนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคง ปัจจุบัน D มีศูนย์ทันตกรรมและคลินิกทันตกรรมทั้งหมด 16 สาขา ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 14 สาขา และภูเก็ต 2 สาขา ดำเนินการภายใต้ BIDC 1 สาขา,Dental Signature 8 สาขา และ Dental Planet 3 สาขา